ตลท.จี้ PEER แจง2 ประเเด็นสำคัญ หลังขาดทุนต่อเนื่อง3ปีกดส่วนผู้ถือหุ้น-มีหลายธุรกรรมน่าสงสัยเพียบ!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 03/04/2026

ตลท.จี้ PEER แจง2 ประเเด็นสำคัญ หลังขาดทุนต่อเนื่อง3ปีกดส่วนผู้ถือหุ้น-มีหลายธุรกรรมน่าสงสัยเพียบ!!

 

 ตลาดหลักทรัพย์ ขอให้   บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู  (PEER) ชี้แจงข้อมูลดังนี้

1. ภาพรวมการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน สาเหตุที่ระงับการขอใบอนุญาตของ PPP และความคืบหน้าในการติดตามเงินชดเชยจากผู้ขาย รวมถึงนโยบายการประกอบธุรกิจในอนาคตภายหลังจากการจพหน่ายบริษัทย่อย (NTF)

2. ความสมเหตุสมผลในการพิจารณาดำเนินการแต่ละรายการตาม 2.1 – 2.2 โดยบริษัทได้ปฏิบัติให้เป็นตามเกณฑ์แล้วหรือไม่ อย่างไร (เช่น รายการได้มาหรือจ าหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน) รวมถึงประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับและผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัท

2.1 การคืนเงินมัดจำโดยการหักกลบลบหนี้ด้วยหุ้นบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง และบริษัทต้องชำระค่าหุ้นส่วนเกินอีก 6 ล้านบาท

2.2 การนำเงินที่ได้รับจากการชำระหนี้ทั้งจำนวน (111 ล้านบาท) ไปลงทุนในหุ้น NATION

2.3 ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรการก ากับดูแลความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจและการลงทุนในหลักทรัพย์

ทั้งนี้การสั่งให้ชี้แจงเกิดขึ้นจากการที่บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกันมากกว่า 3 ปีทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว

โดยบริษัทชี้แจงว่าผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากการด้อยค่าค่าความนิยมและด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนซึ่งรายการดังกล่าวเกิดจากเงินลงทุนที่บริษัทซื้อในปี 2567

ในระหว่างปี 2567- 2568 PEER มีซื้อเงินลงทุนในบริษัทจดทะเบียนและบริษัทอื่นๆ หลายแห่ง ดังนี้

• เดือน มี.ค. – พ.ค. 67 บริษัทซื้อเงินลงทุนใน บจก.เนสท์ติฟลาย (NTF) บจก.แฮปปี้ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส (HPS)

และบจก.พรอสเพอร์พลัส (PPP) มูลค่ารวม 725 ล้านบาท ซึ่งมีการทยอยบันทึกด้อยค่าค่าความนิยมในปี 2567-2568

รวม 438 ล้านบาท (80% ของมูลค่าค่าความนิยม) และบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนของ NTF 120 ล้านบาท (63% ของ

มูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน) (รายละเอียดตามตารางหน้า 2) โดยในเดือน ม.ค. 69 คณะกรรมการบริษัทมีมติขาย NTF ให้แก่

บริษัทย่อยของบริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น  ((TL) ในราคา 114 ล้านบาท และมีมติระงับการขอใบอนุญาต

ประกอบธุรกิจของ PPP ซึ่งบริษัทเคยเปิดเผยข้อมูลว่าบริษัทได้ติดตามให้ผู้ขายช าระหนี้เงินชดเชยกรณี PPP ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้จำนวน 4 ล้านบาท

• เดือน มิ.ย. – ส.ค. 68 บริษัทจ่ายเงินมัดจำเพื่อตรวจสอบสถานะกิจการแห่งหนึ่ง 30 ล้านบาท ภายหลังไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายได้ จึงขอยกเลิกการลงทุนและขอคืนเงินมัดจ า อย่างไรก็ตาม เดือน ม.ค. 69 บริษัททำสัญญาซื้อหุ้นบริษัท

จดทะเบียนแห่งหนึ่งกับผู้ขาย โดยหักกลบลบหนี้ระหว่างกันและช าระค่าหุ้นอีก 6 ล้านบาท รวมช าระเงินค่าหุ้น 36 ล้านบาท

• เดือน ธ.ค. 68 บริษัทได้รับช าระหนี้จากบริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จ ากัด (มหาชน) (NATION) 111 ล้านบาท

โดยในวันเดียวกันบริษัทนำเงินที่ได้รับคืนทั้งจำนวนไปลงทุนต่อในหุ้น NATION ทำให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 19% ทั้งนี้ในงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2568 NATION มีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ 118 ล้านบาท และงบการเงินปี 2568 มีส่วนผู้ถือหุ้น102 ล้านบาท