สภาผู้บริโภคหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 20 บาทตลอดสาย ชี้ทำได้จริง หวังคนใช้เพิ่ม 50% นักวิชาการเสนอโอนให้ รฟม. บริหาร

Categories : Update News, Economy

Public : 17/04/2026

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดเผยผลศึกษา “สายสีเขียวหลังปี 2572” ระบุว่า แนวทางกำหนดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้จริง โดยมองว่าระบบรถไฟฟ้าควรเป็นบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ที่ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่ควรเป็นภาระเกิน 10% ของรายได้

ปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีผู้ใช้กว่า 700,000 คนต่อวัน คิดเป็นเกือบครึ่งของผู้โดยสารทั้งระบบ ขณะที่ค่าโดยสารอยู่ที่ 17–65 บาทต่อเที่ยว หรือเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสภาผู้บริโภคเห็นว่ายังสูงและสร้างความเหลื่อมล้ำ

 

ทั้งนี้ สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในปี 2572 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารระยะยาว โดยเสนอ 4 หลักการช่วงเปลี่ยนผ่าน ได้แก่

 1.กำหนดเพดานค่าโดยสาร 2.ไม่ผลักภาระให้ประชาชน 3.เปิดเผยต้นทุน-รายได้ โปร่งใสตรวจสอบได้ 4.รัฐต้องคุมทิศทาง ไม่เสียอำนาจต่อรองให้เอกชน

พร้อมเสนอจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะ โดยนำ ภาษีรถยนต์ 40% (ราว 6,400 ล้านบาท/ปี) มาอุดหนุนค่าโดยสาร และพัฒนาระบบตั๋วร่วม-รถเมล์ฟีดเดอร์เชื่อมต่อ

ด้านผลการวิจัยของนักวิชาการ เสนอ 4 ทางเลือกบริหารหลังหมดสัมปทาน ได้แก่

1.ให้เอกชนรายเดิมดำเนินการต่อ 2.เปิดประมูลใหม่ 3.กทม.บริหารเอง 4.โอนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล

โดยทีมวิจัยมองว่า การโอนให้ รฟม. เป็นทางเลือกเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญ บริหารต้นทุนได้ต่ำ และเชื่อมระบบตั๋วร่วมได้เป็นเอกภาพ แม้อาจใช้เวลาผ่านขั้นตอนอนุมัติ

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หากลดค่าโดยสารเหลือ 20 บาท รัฐต้องอุดหนุนราว 11.2 ล้านบาทต่อวัน และเสนอเพิ่มแหล่งรายได้ เช่น ภาษีรถติด ค่าธรรมเนียมล้อเลื่อน รายได้โฆษณา พันธบัตรเมือง และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

สภาผู้บริโภคย้ำว่า หากดำเนินการได้จริง จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้า มากกว่า 50% และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว.