ธนาคารไทยเครดิต ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการจัดงาน “ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569 : กินดี มีเครดิต” ครั้งแรก มุ่งเติมความรู้การเงิน สร้างแรงบันดาลใจ หนุนผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตยั่งยืน

Categories : Update News, Finance

Public : 14/05/2026

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับการจัดงาน “ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569 : กินดี มีเครดิต” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โดยการจัดงานในครั้งนี้ ธนาคารได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านการเงิน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาตนเองเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย คนรุ่นใหม่ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ผ่านกิจกรรมเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และการสร้างแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังได้ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยกทัพร้านอาหารยอดนิยมจากกลุ่มลูกค้าของธนาคารและร้านค้าชื่อดังรวมกว่าหลายสิบร้านค้า มาร่วมสร้างสีสันและความคึกคักตลอดการจัดงานทั้งสองวัน

นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต กล่าวว่า "การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญและเป็นก้าวแรกแห่งความตั้งใจของธนาคาร โดยในอนาคตเรามีเป้าหมายที่จะยกระดับการจัดงานให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งธนาคารยังคงยึดมั่นในพันธกิจหลักในการสร้างโอกาสและสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน"

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จของงานในครั้งนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างธนาคารไทยเครดิตและหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมการค้าภายใน ในฐานะพันธมิตรหลักของการจัดงาน ตลอดจนได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ประกอบการ ร้านธงฟ้าราคาประหยัด ที่มาร่วมออกร้านและส่งมอบสินค้าคุณภาพแก่ประชาชน ซึ่งธนาคารไทยเครดิตเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายผลความร่วมมือสู่มิติอื่นๆ ในอนาคต เพื่อเดินหน้าช่วยเหลือ สนับสนุน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

   

สำหรับไฮไลท์สำคัญภายในงานครั้งนี้คือ เวทีเสวนาพิเศษจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและกลยุทธ์เชิงลึกในการสร้างแบรนด์และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในยุคดิจิทัล เพื่อให้ผู้ร่วมงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและแท้จริง

โดย Dr.Mom (หมอแม่) หรือ พญ.พิศศรี กิจนิรันดร์สิน ต้นแบบของบุคลากรทางการแพทย์ยุคใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างทรงพลัง มาแชร์เทคนิคการพูดคุยกันในครอบครัว เพราะเชื่อว่าการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ครอบครัวเป็นที่แรกที่ทุกคนไว้ใจ สิ่งนี้จะสร้างความไว้วางใจ จนเมื่อมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น คนในครอบครัวจะเดินเข้ามาหาเราเองโดยไม่ต้องบังคับ

ด้าน เมตตา กิตติสุวรรณ์ อินฟลูเอนเซอร์สาวแกร่งเจ้าของเพจ “อันอันขาเหล็ก” ได้ถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนาตนเอง...ในวันที่ชีวิตไม่เหมือนเดิม แต่ไม่ลืมที่จะมีความสุข เพราะ “ทุกคนมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน แต่ไม่ใช่ข้อจำกัดของความฝัน หรือความต้องการที่เราจะเป็น” และความไม่สมบูรณ์ไม่ได้แปลว่าเราจะมีความสุขไม่ได้

หยาดพิรุณ ปู่หลุ่น ถ่ายทอดเคล็ดลับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ว่า ทุกคนสามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้ หากค้นพบเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แค่จุดเด่นเล็กๆ ที่แตกต่างก็สามารถกลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้คนจดจำได้ การทำด้วยความเป็นตัวเอง ถนัดอะไรก็ทำไปเลยไม่ต้องฝืน เพราะทุกกลุ่มเป้าหมายของทุกสินค้ามีลูกค้าเสมอ

สไปรท์ บะบะบิ อินฟลูเอนเซอร์ที่โด่งดังจากการทำคลิป รวมไปถึงการนำรายการต่าง ๆ ที่เป็นกระแสมาพูดคุยในช่องยูทูบ ในสไตล์ของตัวเอง ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ว่า การทำคอนเทนต์ต้องลองทำดูเพราะ “ถ้าเราทำ อย่างน้อยยอดวิวคือ 1 แต่ถ้าเราไม่ทำเลยก็คือ 0”

ด้าน กานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ หรือ “อาร์ม Goodsunday” มองว่า การสร้างแบรนด์ต้องเริ่มจาก รู้จริง เชื่อจริง และเป็นตัวเอง “คอนเทนต์ที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้คนดู แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจฉัน” โดยผู้ทำคอนเทนต์ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย รู้ว่าลูกค้าใช้ชีวิตอย่างไร และเลือกสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว จึงค่อยต่อยอดสู่การสร้างยอดขายและรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว มากกว่าการเร่งขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ชอบการถูกขายมากเกินไป แต่ต้องการข้อมูล ประสบการณ์ และความรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์

ขณะที่ “เฮียนพ รสดีเด็ด” แชร์แนวคิด “เถ้าแก่ AI” ว่า ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล วางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ตั้งแต่การคิดเมนู วิเคราะห์ต้นทุน ไปจนถึงการเลือกทำเลและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค แต่สุดท้ายการตัดสินใจยังต้องอาศัยประสบการณ์และวิจารณญาณของเจ้าของธุรกิจควบคู่กันไป

   

นอกจากเวทีเสวนายังมี โชว์พิเศษจากเชฟแบงค์ รองแชมป์กะเพราโลก ที่มาถ่ายทอดเคล็ดลับเมนูกะเพราที่ไม่ควรอยู่แค่ในจานข้าว

ภายในงานยังมีโซนร้านอาหารและร้านค้าชื่อดังกว่าหลายสิบร้านมาร่วมออกบูท สร้างสีสันและเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารและธุรกิจอย่างใกล้ชิด รวมถึงบูทบริการทางการเงินของธนาคารไทยเครดิต ที่ให้คำแนะนำด้านสินเชื่อ การบริหารและการวางแผนทางการเงินแก่ประชาชน

ปิดท้ายด้วยเวที “ตังค์โต Know-how” โดยธนาคารไทยเครดิต ที่หยิบเรื่องการเงินใกล้ตัวมาพูดคุยอย่างเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเช่าหรือซื้อบ้าน การบริหารหนี้ และการลงทุน เพื่อช่วยให้ประชาชนวางแผนการเงินได้เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตของตนเอง และเพื่อให้ครบรสด้านการเงินธนาคารไทยเครดิตได้ถ่ายทอดเทคนิคระวังภัยทางการเงินในยุคดิจิทัลกับ “รู้ไว้ไม่โดนหลอก” โดย จิระทัศน์ และ ปิ่นนภา และได้ส่งมอบความสนุกผ่านมินิคอนเสิร์ตจากเจ้าหญิงบอสซาโนวาเมืองไทย ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งสาวสุดฮอตแห่งยุค “ก้านตอง ทุ่งเงิน” ผ่านเสียงเพลงโดยมีผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม

งาน ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569 “กินดี มีเครดิต” จึงไม่ใช่เพียงงานรวมร้านค้าขายอาหารและความบันเทิง แต่ธนาคารไทยเครดิตมุ่งมั่นให้เป็นเวทีที่สะท้อนแนวคิดการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก ผ่านการเติมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตและทำธุรกิจในยุคปัจจุบันให้มีความยั่งยืน