CPL พลิกอวดกำไรจากขาดทุน เน้นบริหารจัดการต้นทุน ดันกำไรขั้นต้นเฉียด 105 ล้านบาท
Categories : Update News, Stock Market
Public : 15/05/2026CPL พลิกอวดกำไรจากขาดทุน เน้นบริหารจัดการต้นทุน ดันกำไรขั้นต้นเฉียด 105 ล้านบาท
CPL เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569พลิกจากขาดทุน 2.56 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 7.80 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 104.91 ล้านบาท ชี้แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ยอดขายลดลง แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้
นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรก (มกราคมถึงมีนาคม) ปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 438.49 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 9.06% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนขายและบริการ ลดลง 11.85% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 103.78 ล้านบาท เป็น 104.91 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 1.09% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7.80 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2.56 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2568
ปัจจุบัน บมจ.ซีพีแอล กรุ๊ป ประกอบธุรกิจ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ซึ่งมีสัดส่วน 54% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ธุรกิจรับจ้างฟอกหนัง มีสัดส่วน 6%ของรายได้รวม และธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย (Safety Products) มีสัดส่วน 40% ของรายได้รวม
โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป มีรายได้รวม 236 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 39 ล้านบาท ธุรกิจรับจ้างฟอกหนัง มีรายได้รวม 26 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 3 ล้านบาท และธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย (Safety Products) มีรายได้รวม 177 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 70 ล้านบาท
“ภาพรวมของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ยังได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย อีกทั้งยังมีภาวะแข่งขันด้านราคาในตลาดจากคู่แข่งหลายราย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมราคาเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เช่นเดียวกันกับธุรกิจฟอกหนัง ที่ในไตรมาสแรก งานรับจ้างจากลูกค้าภายนอกยังเข้ามาไม่มากนัก แต่คาดว่า คำสั่งซื้อจะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงกลางปีนี้ โดยบริษัทฯ จะยังคงเฝ้าจับตาสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจและสงคราม ที่มีผลกับยอดคำสั่งผลิตอย่างใกล้ชิดต่อไป” นายภูวสิษฏ์กล่าว
