Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุน KTWC และ Healthcare รับตลาดหุ้นโลกพักฐาน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 09/06/2026Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วงพักฐานและหมุนเวียนกลุ่มลงทุน หลังแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีเริ่มแผ่ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนะกลยุทธ์การลงทุน Selective ควบคู่ Barbell ทยอยล็อกกำไรกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน KTWC และ Healthcare เพื่อกระจายความเสี่ยง
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office: CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 8–12 มิถุนายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มส่งสัญญาณเข้าสู่ช่วงพักฐานและหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) มากขึ้น หลังนักลงทุนผิดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของ Broadcom ขณะที่ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดได้ลดทอนความหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed และความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) ควบคู่กับการจัดพอร์ตแบบ Barbell เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย ให้กับพอร์ตการลงทุน
สำหรับแนวทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ตลาดยังแข็งแกร่งทยอยล็อกกำไรในกลุ่มสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมาโดดเด่นจนระดับมูลค่าเริ่มตึงตัว โดยเฉพาะกลุ่ม Technology และ Semiconductor รวมถึงธีม Power Bottleneck และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยเพิ่มน้ำหนักในพอร์ตหลักอย่าง Krungthai World Class Series (KTWC) ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงทั้งด้านสินทรัพย์และภูมิภาค ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนลงทุนในกลุ่ม Healthcare ซึ่งเป็นหุ้น Defensive Growth แนวโน้มรายได้เติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ ยังคงแนะนำทยอยสะสมตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน การลงทุนด้าน AI และกระแสเงินทุนต่างชาติ ขณะที่หุ้นจีนฝั่ง A-Share ยังมีความน่าสนใจในเชิงเก็งกำไรระยะสั้น (Tactical) จากมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และทิศทางราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน (Cost-Push Inflation) และการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อประจำสัปดาห์ และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่าง Oracle ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและตลาดทุนโลกในระยะถัดไป
