ทริสเรทติ้งปรับลดคาดการณ์ GDP ประเทศไทยลงเหลือ 1.8% จาก 2.1%
Categories : Update News, Stock Market, Economy
Public : 15/06/2026ทริสเรทติ้งปรับลดคาดการณ์ GDP ประเทศไทยลงเหลือ 1.8% จาก 2.1%
การปรับประมาณการในครั้งนี้สะท้อนถึงดุลการค้าและดุลบริการที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงอันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ในขณะที่ปัจจัยหนุนการเติบโต โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบรรยากาศการลงทุนที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นยังช่วยพยุงเศรษฐกิจได้อย่างจำกัด
ทริสเรทติ้งประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนเติบโตเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้ราว 0.4%
ทริสเรทติ้งมีการปรับสมมติฐานให้ความขัดแย้งยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้เดิมโดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยตลอดปีจะอยู่ที่ 93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ประมาณการใหม่นี้ใกล้เคียงกับฉากทัศน์ที่ 1 ในรายงานครั้งก่อนคือ “Country in Focus ประเทศไทย: ความเสี่ยงด้านลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ” (23 มีนาคม 2569) ซึ่งมีสมมติฐานว่าความขัดแย้งจะเริ่มคลี่คลายภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังมีการปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวลงเหลือ 32.4 ล้านคนจาก 35 ล้านคน ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการการลงทุนภาคเอกชนเป็นเติบโต 3.1% จาก 2.3% และปรับเพิ่มการลงทุนภาครัฐเป็นเติบโต 2.8% จาก 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าด้วย (ตารางที่ 1)
ตารางที่ 1: ประมาณการ GDP และองค์ประกอบทางเศรษฐกิจ
|
ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ |
2565 |
2566 |
2567 |
2568 |
2569F* |
|
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (% จากปีก่อนหน้า) |
2.6 |
2.2 |
2.9 |
2.4 |
1.8 (2.1) |
|
การบริโภคภาคเอกชน |
6.3 |
6.7 |
4.4 |
2.7 |
2.5 (2.1) |
|
การอุปโภคภาครัฐ |
0.1 |
-4.6 |
2.6 |
0.6 |
0.7 |
|
การลงทุนภาคเอกชน |
4.6 |
3.1 |
-1.9 |
3.5 |
3.1 (2.3) |
|
การลงทุนภาครัฐ |
-3.9 |
-4.2 |
4.5 |
8.9 |
2.8 (2.5) |
|
ปริมาณการส่งออก (สินค้าและบริการ) |
6.4 |
2.7 |
7.5 |
9.2 |
4.4 (1.2) |
|
ปริมาณการนำเข้า (สินค้าและบริการ) |
3.4 |
-2.5 |
5.7 |
6.7 |
7.1 (1.7) |
|
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ล้านคน) |
11.2 |
28.1 |
35.5 |
33.0 |
32.4 (35) |
* หมายเหตุ:1. รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทยพลัส
2. ค่าประมาณการเดิม ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 แสดงไว้ในวงเล็บ
ที่มา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประมาณการโดยทริสเรทติ้ง
ตารางที่ 2: สมมติฐานหลักของประมาณการ
|
|
2569F |
|
ราคาน้ำมันดูไบ (เฉลี่ย) |
93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล |
|
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (เฉลี่ย) |
3.0%-4.0% |
|
อัตราแลกเปลี่ยน (เฉลี่ย) |
32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ |
|
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นปี) |
1.00% |
ที่มา: ทริสเรทติ้ง
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงและยังคงมีความเสี่ยงด้านบวก (Upside Risks)
ทริสเรทติ้งปรับประมาณการราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2569 เป็น 93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ตารางที่ 2) ซึ่งสะท้อนการคาดการณ์ว่าการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะเปิดได้ในเดือนพฤษภาคมไปเป็นช่วงต้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เนื่องจากการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ หากภาวะชะงักนี้ยังคงยืดเยื้อ ราคาน้ำมันก็อาจปรับสูงกว่าประมาณการปัจจุบันได้
ความเสี่ยงสำคัญจึงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาซึ่งเป็นไปอย่างล่าช้าและยังไม่มีกรอบเวลาการยุติที่ชัดเจน โดยข้อมูลจาก US Energy Information Administration (EIA) ระบุว่าปริมาณน้ำมันสำรองของโลกปรับลดลงเฉลี่ยวันละ 8 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่มีการปิดเส้นทาง ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองจะเข้าสู่ภาวะ ตึงตัวภายในช่วงกลางถึงปลายเดือนมิถุนายน 2569 โดยหากไม่มีอุปทานทางเลือกอื่นเพิ่มเติม ระดับน้ำมันสำรองมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวไปจนถึงเดือนกันยายน หลังจากนั้นปริมาณสินค้าคงคลังน้ำมันอาจลดลงสู่ระดับต่ำสุดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและอาจเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนขึ้นได้ หากความขัดแย้งยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีก็อาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งการเติบโตของ GDP อาจชะลอลงเหลือราว 1% และเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นสู่ระดับ 4%-5% โดยสอดคล้องกับฉากทัศน์ที่ 2 ในรายงานก่อนหน้านี้ของทริสเรทติ้ง
ดุลการค้าและบริการเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้น
ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและสินค้า ขั้นกลาง การส่งออกสินค้าก็เผชิญกับความเสี่ยงในเชิงลบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยขาดดุลการค้าไปแล้ว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (รูปที่ 1)เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนได้หักล้างผลบวกจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ในการนี้ ทริสเรทติ้งประเมินว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการจะขยายตัวสูงกว่าปริมาณการส่งออกในปี 2569 โดยเติบโตที่ระดับ7.1% และ 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าตามลำดับ
รูปที่ 2: จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย
นักท่องเที่ยวระยะไกลยังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงยังเพิ่มแรงกดดัน โดยทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นและกดดันการส่งออกในภาคบริการตลอดทั้งปี
ไทยช่วยไทยพลัสช่วยพยุงเศรษฐกิจอย่างจำกัด
ทริสเรทติ้งคาดว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะได้จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้นมีจำกัด (โปรดดู "ไทยช่วยไทยพลัส: มาตรการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น จึงส่งผลกระทบต่อเครดิตจำกัด”, 25 พฤษภาคม 2569) โดยโครงการดังกล่าวจัดสรรวงเงินภาครัฐจำนวน 1.2 แสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนภาคครัวเรือนเดือนละ 1,000 บาทสำหรับซื้ออาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดยไม่สามารถนำวงเงินที่ใช้ไม่หมดไปใช้ในเดือนถัดไปได้ แม้เม็ดเงินใช้จ่ายจะกระจายตัวค่อนข้างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับจำกัด
การลงทุนภาครัฐและเอกชนยังเป็นปัจจัยบวก
รูปที่ 3: มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน
