สกสว. เปิดพิมพ์เขียว ววน. 5 ปี ดันลงทุนวิจัยแตะ 2% GDP ปักหมุด AI-Semiconductor สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง
Categories : Update News, Economy
Public : 24/06/2026สกสว. เปิดพิมพ์เขียว ววน. 5 ปี ดันลงทุนวิจัยแตะ 2% GDP ปักหมุด AI-Semiconductor สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู "Living Plan" ปรับแผนได้ตามสถานการณ์โลก ดึงเอกชน-ต่างชาติร่วมลงทุน พลิกไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและประเทศรายได้สูง
ประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และกฎกติกาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันของทุกประเทศ
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ.2571-2575 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ หน่วยงานในระบบ ววน. และภาคประชาชน เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
"ววน." สะพานเชื่อมยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า แผน ววน. ฉบับใหม่ถูกออกแบบให้เป็น "สะพานเชื่อมยุทธศาสตร์" ระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 กับการนำไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
"ววน. ต้องเป็นมันสมองของประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาและหลักฐานเชิงประจักษ์ และเป็นกระดูกสันหลังที่ค้ำจุนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ"
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของประเทศไทยในระยะต่อไป คือการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและการเป็นประเทศรายได้สูง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังมุ่งปรับกลไกสนับสนุนงานวิจัยให้ตอบโจทย์ภาคเศรษฐกิจมากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย เพื่อเชื่อมโยงโจทย์จากภาคธุรกิจสู่ภาควิจัยโดยตรง ลดช่องว่างระหว่างห้องปฏิบัติการกับภาคการผลิต
ปักหมุด AI-Semiconductor ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต
หนึ่งในแนวทางสำคัญของแผนฉบับใหม่ คือการสนับสนุนทุนวิจัยแบบ Agenda-Based หรือการกำหนดทิศทางการลงทุนวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ โดยมุ่งเน้นสาขาที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมยา และอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Industry)
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานที่ให้ทุนสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การสนับสนุนงานวิจัยมีความชัดเจน รวดเร็ว และเกิดผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจได้จริง
นอกจากนี้ สกสว. ยังเตรียมพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง หรือ VAC System เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และนักวิจัยเข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาผู้เชี่ยวชาญหรือทีมวิจัยที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้านได้โดยตรง ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมก็สามารถเข้ามาร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยได้มากขึ้น
ววน. คือ Game Changer ของประเทศไทย
ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาอีกต่อไป แต่เป็น "Game Changer" ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับประเทศ
หากประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายใหม่ของโลก จำเป็นต้องใช้ ววน. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคน เข้ากับความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง
"ร่างแผน ววน. ฉบับใหม่นี้มุ่งเปลี่ยนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง สร้างเทคโนโลยีของตนเอง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก แข่งขันได้ ประชาชนได้รับประโยชน์ และประเทศพร้อมรับอนาคต"
ทั้งนี้ แผนดังกล่าวมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านประเทศผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างความสามารถในการแข่งขันรูปแบบใหม่ การสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การสร้างฐานรากแห่งอนาคตผ่านการลงทุนในคน องค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อเศรษฐกิจและสังคม
ตั้งเป้าลงทุนวิจัยแตะ 2% GDP ภายใน 5 ปี
ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ร่างกรอบแผน ววน. ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่ 3 ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างรายได้และเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของประเทศ
การขับเคลื่อนแผนจะอาศัยความร่วมมือจาก 9 กระทรวงหลัก และเครือข่ายหน่วยงานกว่า 200-300 หน่วยงานทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ประเทศไทยมีเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 2% ของ GDP ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ราว 1-1.1% ของ GDP
อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านวิจัยของประเทศส่วนใหญ่ยังมาจากภาคเอกชนในสัดส่วน 70-80% ขณะที่ภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ 20-30% เท่านั้น ดังนั้น การเพิ่มการลงทุนจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนต่างชาติ และกองทุนวิจัยระดับนานาชาติ
"งบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องสร้างกลไก Co-funding และดึงการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI รวมถึงภาคเอกชนไทยเข้ามาร่วมลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ"
ผลงานแผนเดิมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจเกือบ 5 หมื่นล้านบาท
ดร.สมปอง กล่าวว่า ผลการดำเนินงานภายใต้แผน ววน. ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 50,000 ล้านบาท ลดต้นทุนของประเทศได้กว่า 3,400 ล้านบาท สร้างการจ้างงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง และพัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 100,000 คน
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนพัฒนานักวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยงบประมาณประมาณ 1 ใน 3 ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลากรวิจัย สนับสนุนงานวิจัยพื้นฐาน และสร้างความพร้อมของระบบวิจัยของประเทศ โดยเม็ดเงินลงทุนวิจัย 1 ส่วน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจได้ 5 เท่า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญการยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน และรายได้ของประเทศ
เปิดแนวคิด "Living Plan" แผนที่มีชีวิต รับมือโลกเปลี่ยนเร็ว
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของแผนฉบับใหม่ คือแนวคิด "Living Plan" หรือ "แผนที่มีชีวิต" ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากบทเรียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่โลกต้องเผชิญทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาด และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้การวางแผนแบบคงที่ตลอด 5 ปีอาจไม่สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
แผนฉบับใหม่จึงเปิดโอกาสให้มีการทบทวนและปรับลำดับความสำคัญของการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์เร่งด่วน เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย หรือวิกฤตด้านความมั่นคงต่าง ๆ เพื่อให้งานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปช่วยฟื้นฟู เตือนภัย และบริหารจัดการวิกฤตของประเทศได้อย่างรวดเร็ว
เดินหน้า 3 ยุทธศาสตร์ 9 แผนงานสำคัญ
สำหรับการขับเคลื่อนแผน ววน. พ.ศ.2571-2575 จะดำเนินการภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
High Growth : สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ Transform : พลิกโฉมอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเดิมให้แข่งขันได้ในเวทีโลก Reform : ปฏิรูประบบภาครัฐด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และนโยบายสาธารณะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ
พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 9 แผนงานสำคัญ ประกอบด้วย การลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่ การยกระดับอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคม การใช้ประโยชน์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต การเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. การพัฒนาและใช้ประโยชน์บุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพระบบ ววน. ของประเทศ
แผนดังกล่าวมีเป้าหมายสูงสุดในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างเทคโนโลยีของตนเอง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
