SA ดันโซลาร์เทคโนโลยีใหม่ “N-type Bifacial TOPCon” ช่วยผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น รับประกันประสิทธิภาพนาน 30 ปี

Categories : Update News, Property

Public : 25/06/2026

บมจ.ไซมิส แอสเสท (SA) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยด้วยการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย ล่าสุดเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์เทคโนโลยี N-type Bifacial TOPCon จาก Canadian Solar ผู้ผลิตแผงโซลาร์ระดับโลก เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการลดค่าไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว

   

นางสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่มีมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งในด้านความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และความยั่งยืน

 

สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ N-type Bifacial TOPCon มีจุดเด่นคือสามารถผลิตไฟฟ้าได้ทั้งจากด้านหน้าและด้านหลังของแผง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากกว่าแผงทั่วไป อีกทั้งมีกำลังผลิตสูงสุดถึง 610 วัตต์ต่อแผง เหมาะกับโครงการที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาว

     

นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังถูกออกแบบให้รองรับสภาพอากาศร้อน โดยมีการสูญเสียประสิทธิภาพจากอุณหภูมิต่ำกว่าระบบทั่วไป ช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพในสภาพอากาศของประเทศไทย พร้อมเพิ่มความทนทานต่อการใช้งานภายนอกอาคาร และลดความเสี่ยงจากปัญหา micro-crack ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแผงในระยะยาว

 

SA ระบุว่า การติดตั้งระบบ Solar System ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ รองรับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน คุณภาพชีวิต และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าระบบโซลาร์เซลล์จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นทางเลือกด้านพลังงานสะอาดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

 

สำหรับ Canadian Solar ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์รายใหญ่ของโลก มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 23 ปี และมียอดส่งมอบแผงโซลาร์สะสมกว่า 133 กิกะวัตต์ทั่วโลก โดยได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 Solar Company จาก BloombergNEF ต่อเนื่องระหว่างปี 2016-2025 รวมถึงได้รับรางวัลและการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ สะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ในระดับโลก