ครม.ไฟเขียวต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน จดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01 % ถึง 30 มิ.ย.70

Categories : Update News, Finance

Public : 30/06/2026

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2569 เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์

   

มาตรการนี้เป็นการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว หรือห้องชุด โดยมีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา สำหรับผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยมีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

             

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดค่าธรรมเนียมซึ่งครอบคลุมทั้งกรณีบ้านมือ 1 และมือ 2 จะช่วยสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง นอกจากนี้ เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ มีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 6.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และมีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Supply Chain) ทั้งความเชื่อมโยงไปข้างหน้า (Forward Linkage) ไปยังภาคการผลิตอื่น ๆ เช่น สาขาการค้า สถานที่เก็บสินค้า บริการทางการเงิน เป็นต้น และมีผลต่อความเชื่อมโยงไปข้างหลัง (Backward Linkage) เช่น สาขาการผลิตเหล็ก การผลิตซีเมนต์ การผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต เป็นต้น ดังนั้น มาตรการนี้จึงจะช่วยสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ โดยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง กับภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป