ออมสิน x NIA เสริมศักยภาพ SME นำ ESG สู่การดำเนินธุรกิจจริง คัด 10 องค์กรต้นแบบ รับทุนต่อยอด Green Action Plan ในกิจกรรม GSB Empowering Green for SME 2026

Categories : Update News, Finance

Public : 01/07/2026

ธนาคารออมสิน ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดงาน “GSB Empowering Green for SME 2026 Showcase & Closing Ceremony” ประกาศความสำเร็จของโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME และ Startup ไทย สู่ความยั่งยืน พร้อมมอบทุนรวม 500,000 บาท แก่ 10 องค์กรต้นแบบที่จัดทำแผนปฏิบัติการสีเขียว (Green Action Plan) โดดเด่นและพร้อมนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG ตอกย้ำบทบาทธนาคารออมสินในการเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน และเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569

             

ภายในงานมีการแสดงความยินดีกับทั้ง 50 องค์กรที่สำเร็จหลักสูตรตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งคัดเลือกจากผู้ประกอบการกลุ่ม SME & Startup กลุ่มผู้พัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้าน ESG และกลุ่มผู้ให้บริการโซลูชันด้าน ESG พร้อมประกาศ 10 สุดยอดองค์กรต้นแบบที่นำเสนอแผนปฏิบัติการสีเขียวได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการคัดเลือกให้รับทุนสนับสนุนจากธนาคาร ได้แก่

1. บริษัท เอสซีแอล เมทัล อินดัสทรีส์ จำกัด และ SKICORP (THAILAND) CO., LTD พัฒนาประตูจากกากใยมะพร้าว เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ 2. บริษัท ซีด ทู ซัสเทน จำกัด พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการดำเนินงาน 3. บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด พัฒนาระบบ Traceability และจัดทำข้อมูล Carbon Footprint เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและรองรับตลาดแห่งอนาคต 4. บริษัท วี เชฟ (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาร้านอาหารเคลื่อนที่ สร้างโอกาสอาชีพและรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย มีความแตกต่างจากสินค้าในตลาด และมีศักยภาพสร้างผลกระทบเชิงสังคม 5. บริษัท ไม้ลายวิจิตร จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการจัดทำแม่พิมพ์สำหรับการผลิต ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ 6. บริษัท โคโค่คัลต์ทล์ จำกัด นำเศษกากมะพร้าวมาต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิด Circular Economy ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุนการจัดการ และทดแทนการจัดซื้อวัสดุบางส่วนจากภายนอก 7. บริษัท แกรนด์เซรามิค จำกัด นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยลดของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 8. บริษัท ช็อคโกเนิร์ด จำกัด นำวัตถุดิบโกโก้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ 9. บริษัท อินบีอิ้ง อีโค จำกัด พัฒนาระบบจัดการน้ำและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยสร้างคุณค่าร่วมทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจ 10. บริษัท โอโอทรี บิวตี้เซ็นเตอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุที่มีปัญหาผิวแห้ง ถือเป็นการขยายสู่ตลาดเฉพาะ ควบคู่การสร้างคุณค่าทางสังคมให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาเหมาะสม

   

นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ทั้งด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและผู้บริโภค โดยเงินทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโต ขณะที่ โอกาส องค์ความรู้ มาตรฐาน และเครือข่าย เป็นองค์ประกอบสำคัญและพลังที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นแกนกลางทางความคิดในการใช้ชีวิตของผู้คนทุก Gen โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวและนำแนวคิดความยั่งยืนมาเป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการยกระดับองค์ความรู้ เข้าถึงเครื่องมือ และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประยุกต์ใช้หลัก ESG ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง โดยธนาคารออมสินในฐานะ ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต พร้อมทำหน้าที่มากกว่าสถาบันการเงินที่ให้เงินทุน แต่เป็นพันธมิตรที่เคียงข้างผู้ประกอบการในทุกช่วงของการพัฒนา ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการผ่านกลไก Sustainable Finance ทั้งนี้ การสำเร็จหลักสูตรในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต เมื่อองค์กรได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับและแผนธุรกิจที่สร้างสรรค์ขึ้นไปปฏิบัติจนเกิดผลลัพธ์เชิงบวก สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

   

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า พันธกิจของ NIA คือการยกระดับขีดความสามารถด้านระบบนวัตกรรมของประเทศ (Innovation System) ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ใช้จริง (SME) ผู้สร้างเทคโนโลยี (Tech Startup) และผู้สนับสนุนโซลูชัน (Solution Providers) จนเกิดความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว ได้แผนงานที่พร้อมนำไปใช้จริงสำหรับทุกองค์กร และ 10 แผนงานที่โดดเด่นที่จะได้รับการสนับสนุนให้ได้นำไปทำจริงต่อไป รวมถึงผู้เข้าอบรมทั้งหมดจะกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศชาติได้อย่างมีนัยสำคัญต่อไป