LH Bank เดินหน้ารุกครึ่งปีหลัง ชู 3 ยุทธศาสตร์โตยั่งยืน คงเป้าสินเชื่อโต 10-12% จับโอกาส FDI-ส่งออก พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 3%

Categories : Update News, Finance

Public : 23/07/2026

LH Bank เปิดแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ขยายสินเชื่อคุณภาพ เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI พร้อมยืนยันเป้าสินเชื่อทั้งปีเติบโต 10-12% มุ่งเจาะลูกค้าธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การส่งออก และการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ไทย ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ โดยตั้งเป้า NPL ไม่เกิน 3%

 

นาย ฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี ธนาคารยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

 

สำหรับกลยุทธ์หลัก ประกอบด้วยการขยายสินเชื่อในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับ FDI การต่อยอดธุรกิจ Trade Finance และ FX ผ่านเครือข่ายของ CTBC Bank รวมถึงการขยายธุรกิจ Wealth Management ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม

 

นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าผลักดันธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน ผ่านผลิตภัณฑ์ Green Loan, Sustainability-linked Loan และ Green Deposit ควบคู่กับบริการ Transition Advisory เพื่อช่วยผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด

 

คงเป้าสินเชื่อโต 10-12% ตั้งเป้า NPL ไม่เกิน 3%

นายฉี ชิง-ฟู่ กล่าวว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการดำเนินงานทั้งปี 2569 ได้แก่

  • สินเชื่อเติบโต 10-12%
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ประมาณ 2.2%
  • รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 5-10%
  • Cost to Income Ratio ไม่เกิน 53%
  • ควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 3%

ทั้งนี้ ธนาคารจะเน้นขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนต่างชาติ การส่งออก และการย้ายฐานการผลิต โดยเฉพาะกลุ่ม Manufacturing และ Trading พร้อมพัฒนาบริการด้านการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนต่างประเทศ และเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

กำไรครึ่งปีแรกโต 24.9% รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งกว่า 70%

ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 3,640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 910.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 70.6%

ด้านสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 302,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่ NPL อยู่ที่ 2.56% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตคือธุรกิจ International Banking ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CTBC Bank บริษัทแม่จากไต้หวัน ส่งผลให้รายได้จาก Trade Finance และธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX) เติบโตอย่างโดดเด่น

พอร์ตสินเชื่อ FDI โตแรง ตั้งเป้าแตะ 3 หมื่นล้านบาท

 สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับธุรกิจระหว่างประเทศเติบโต 27% ในช่วงครึ่งปีแรก และคาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ถึง 50%

ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับ FDI เพิ่มขึ้นจาก 20,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 25,000 ล้านบาท และตั้งเป้าแตะ 30,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

แรงหนุนสำคัญมาจากลูกค้าของ CTBC Bank ที่ขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจไต้หวัน และอยู่ระหว่างขยายฐานลูกค้าจีนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม การลงทุนตั้งโรงงานขนาดใหญ่เริ่มชะลอลง หลังบริษัทต่างชาตินำเงินลงทุนเข้ามาแล้วในช่วงก่อนหน้า โดยความต้องการสินเชื่อในระยะต่อไปจะเน้น เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการผลิตและส่งออก มากกว่าสินเชื่อก่อสร้างโรงงาน

จับตา NPL เพิ่มต่อเนื่อง แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

แม้ธนาคารตั้งเป้าควบคุม NPL ไม่เกิน 3% แต่ปัจจุบัน NPL ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.56% จากผลกระทบหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ช่วงโควิดสิ้นสุดลง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้า SME

อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของระบบธนาคารที่อยู่ราว 2.85% โดยครึ่งปีแรก LH Bank ตั้งสำรองหนี้สูญ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% และคาดว่าภาระการตั้งสำรองจะทยอยลดลงในช่วงครึ่งปีหลังตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ฟื้นตัว

ด้าน NIM ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.9% จากผลของทิศทางดอกเบี้ยขาลง แต่ธนาคารคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากการเน้นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงและการควบคุมต้นทุน

ดันธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน

ในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากปีก่อน พร้อมเปิดตัว Green Deposit ที่มียอดเงินฝากกว่า 1,480 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพัฒนาบริการ Transition Pathway เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME ยกระดับธุรกิจและปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังท้าทาย แต่คาด GDP ไทยโต 2%

 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ความผันผวนของราคาพลังงาน และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกดดันต้นทุนการผลิตและการส่งออกของไทย

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ แต่ยังมีปัจจัยบวกจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์

จากปัจจัยดังกล่าว LH Bank ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% จากประมาณการเดิมที่ 1.4% พร้อมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะทยอยฟื้นตัวชัดเจนในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี