กรมธนารักษ์ เปิดตัว “Treasury Coin Market” ตลาดประมูลเหรียญออนไลน์ ประเดิมประมูลเหรียญ 10 บาท จบที่ 2.54 ล้านบาท
Categories : Update News, Finance
Public : 24/08/2026ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง ) กล่าวภายหลังงานเปิดตัว “ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market)” ว่า เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเหรียญไทยยุคใหม่ รองรับสังคมไทย ที่สนใจในสินทรัพย์สะสมที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ภายใต้บทบาทใหม่ของกรมธนารักษ์ ใช้ขับเคลื่อนบทบาทใหม่ในการยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ในระดับสากลหรือ Real World Asset (RWA)
ซึ่งมีกรอบแนวคิดในการดำเนินการ เรียกย่อว่า TAF ได้แก่
1 Trust (ความเชื่อมั่น ) สร้างระบบการประเมินสภาพเหรียญ (Coin Grading) ตามมาตรฐานสากล พร้อมใบรับรองและระบบ QR Code ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส
2 Access (การเข้าถึง) การเปิดตลาดประมูลออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล อำนวยให้นักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมได้ทั่วโลก
3 Future (อนาคต) สร้างมาตรฐาน International Certificate Trading เพื่อผลักดันเหรียญกษาปณ์หายากของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก และมีสมาคมเหรียญและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญมาช่วยตรวจสอบ
" ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Treasury Coin Market สมัยเป็นอธิบดีกรมธนารักษ กล่าวแสดงความภูมิใจ ที่กรมธนารักษ์ ถือเป็นหน่วยงานที่แรกของโลกที่ได้ทำเรื่องประมูลเหรียญที่เป็นตลาดสากลที่แรกของโลก "

นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคาร ร่วมกับกรมธนารักษ์ พัฒนาระบบ Treasury Coin Market ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือด้าน Digital Treasury สะท้อนหลักการสำคัญว่าบริการดิจิทัลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และธุรกรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างครบวงจร
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “VALUE” ในการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน การประมูลเหรียญออนไลน์ของภาครัฐ “Treasury Coin Market” ร่วมกับธนาคารกรุงไทย โดยประเดิมกาประมูลครั้งแรกด้วยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 10 บาท พ.ศ. 2533 เหรียญหายากในตำนาน มี Coin Grading ที่ MS 66 สูงที่สุดในเหรียณกษาปณ์หมุนเวียน หายากเพราะเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนโลหะสองสีรุ่นแรก มีจำนวนการผลิตทั้งหมดเพียง 100 เหรียญเท่านั้น โดยได้มีการนำไปจัดแสดงและแจกในนิทรรศการต่างประเทศ 34 เหรียญ, เก็บในพิพิธภัณฑ์กองกษาปณ์ 8 เหรียญ และส่วนที่เหลือเก็บรักษาไว้โดยไม่ได้นำออกหมุนเวียน
ซึ่งการประมูลครั้งนี้ จบการประมูล ที่มีการเสนอราคาถึง 52 ครั้ง และราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาดและจบที่ 25.4 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการปะมูลคือนายณัฐกร อัครมณี ผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมเหรียญชื่อดัง
สำหรับการาประมูลครั้งต่อไปจะมีเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 17 ของทุกเดือน เหรียญต่อไปคือ เหรียญทองสุขภาพดีถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นเหรียญทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท และเหรียญ และเหรียญมูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่มูลนิธิแมกไซไซทูลเกล้าฯ ถวายถวายรางวัลแด่สมเด็จพระเทพฯ พ.ศ.2534
สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกและศึกษาขั้นตอนการใช้งานระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market) ได้ตั้งแต่วันนี้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะกำหนดเปิดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญเป็นรอบตามระยะเวลาที่ประกาศ โดยสามารถติดตามกำหนดการ รายการผลิตภัณฑ์เหรียญ และรายละเอียดการประมูลแต่ละรอบได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th และเพจเฟซบุ๊ก : กรมธนารักษ์ (The Treasury Department)
