ก.ล.ต.-ตลท. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ Internal Audit หรือ IA รับยุทธศาสตร์ “Growth with Governance” เล็งวางมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง IPO
Categories : Update News, Stock Market
Public : 25/08/2026ก.ล.ต.-ตลท. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ Internal Audit หรือ IA รับยุทธศาสตร์ “Growth with Governance” เล็งวางมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง IPO ขณะที่ ตลท.ชี้ IA เป็นหนึ่งในแนวป้องกันสำคัญ สร้างตลาดทุนไทยสู่ “Trusted Marketplace”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เปิดเผยว่า ทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า ภายใต้แนวคิด “Growth with Governance” หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการยกระดับคุณภาพงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit: IA) ให้มีบทบาทมากกว่าการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ แต่ต้องสามารถก้าวขึ้นมาเป็น “Strategic Partner” ขององค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนให้กับบริษัทจดทะเบียน
เล็งยกระดับ IA ตั้งแต่ต้นทาง IPO
ก.ล.ต.อยู่ระหว่างหารือแนวทางกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายในสำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ IPO เพื่อยกระดับมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง และสร้างความมั่นใจว่าบุคลากรที่รับผิดชอบงาน IA มีคุณภาพเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.มองว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีใบรับรองหรือวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็น CIA หรือคุณวุฒิอื่น แต่ต้องพิจารณาถึง “คุณภาพของผลงาน” และความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรเป็นสำคัญ
" บทบาทของ IA จึงไม่ควรเป็นเพียง “ตำรวจ” ที่คอยตรวจจับความผิด หรือทำหน้าที่ด้าน Compliance เท่านั้น แต่ต้องยกระดับเป็น Strategic Partner ที่ทำงานร่วมกับ CEO และ CFO ช่วยมองเห็นความเสี่ยง ช่องว่าง และโอกาสขององค์กร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น"เลขาธิการ กลต กล่าว
เปลี่ยน IA จากตรวจย้อนหลัง สู่ Early Warning System
ก.ล.ต.ยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวของระบบตรวจสอบภายในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และ Quantum ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อภาคธุรกิจ
ดังนั้น IA จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ไปสู่การทำหน้าที่เป็น “Early Warning System” สามารถมองเห็นและส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้องค์กรมีเวลาปรับตัวและจัดการความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่
ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ต้องควบคู่กับการใช้สติ ปัญญา และคุณธรรมของมนุษย์ เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ ไม่ใช่ปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นผู้กำหนดทิศทางโดยปราศจากการกำกับดูแล
Internal Control ต้องแข็งแรง ไม่ใช่แค่ “Tick the Box”
สำหรับระบบควบคุมภายใน ก.ล.ต.เน้นย้ำว่า การมีเครื่องมือหรือระบบต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมีระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพเสมอไป
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ “Effectiveness” หรือประสิทธิผลของระบบควบคุมภายใน ไม่ใช่เพียงการทำตามเกณฑ์หรือ “Tick the Box” เพื่อให้ผ่านการประเมิน
เป้าหมายของ Internal Control จึงต้องไปไกลกว่าการทำให้บริษัทผ่านเกณฑ์ แต่ต้องสามารถช่วย ป้องกันความเสียหาย ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้จริง
“Tone at the Top” หัวใจยกระดับคุณภาพ IA
อย่างไรก็ตามการยกระดับคุณภาพ IA จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง หรือ “Tone at the Top” เพราะคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรให้กับหน่วยงานตรวจสอบภายในอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะการทำให้ IA สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระ มีบุคลากรและทรัพยากรเพียงพอที่จะตรวจสอบและสะท้อนจุดอ่อนหรือช่องว่างขององค์กรได้อย่างตรงไปตรงมา
หาก IA มีทรัพยากรจำกัด ย่อมส่งผลต่อขอบเขตและคุณภาพของงานตรวจสอบ ดังนั้น การสนับสนุนจากคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

ตลท.ดัน IA สู่แนวป้องกันสำคัญ สร้าง Trusted Marketplace
นายอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพการตรวจสอบภายในถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันตลาดทุนไทยไปสู่การเป็น “Trusted Marketplace” หรือตลาดทุนที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งสำหรับนักลงทุนและบริษัทจดทะเบียน
“ผู้ตรวจสอบภายในมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น จากเดิมที่หลายองค์กรอาจมองหน่วยงานตรวจสอบภายในในลักษณะคล้าย “ตำรวจ” หรือเป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้ครบตามข้อกำหนด แต่สถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดทุนช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่า IA สามารถเป็น “พาร์ตเนอร์” สำคัญของทั้งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท รวมถึงเป็นหนึ่งในแนวป้องกันที่สำคัญขององค์กร“ นายอัสสเดชกล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตลท.พบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่มีความผิดปกติในบริษัทจดทะเบียนอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งจำเป็นต้องติดตามและขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมกับช่วงเวลา ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน
“ถ้ารอให้ออกรายงานมาแล้ว จริง ๆ ธุรกรรมพวกนั้นอาจเกิดไปไม่รู้กี่ปีแล้ว”
ดังนั้น ประเด็นสำคัญคือการทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมต่าง ๆ ถูกนำออกมาเปิดเผยในจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยเกณฑ์ใหม่ที่เริ่มมีผลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ตลท.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาขึ้น มีเป้าหมายเพิ่มเครื่องมือให้คณะกรรมการตรวจสอบและผู้ตรวจสอบภายในสามารถทำหน้าที่ได้มากขึ้น รวมถึงช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้องไปถึงนักลงทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายอัสสเดชกล่าวอีกว่า ตลาดทุนเป็นตลาดของทุกฝ่าย ไม่ใช่ของตลาดหลักทรัพย์หรือหน่วยงานกำกับดูแลเพียงฝ่ายเดียว จึงต้องการเห็นการยกระดับบทบาทของงานตรวจสอบภายใน จากสิ่งที่องค์กรอาจมองว่าเป็นเพียงภาระหรือต้นทุน ไปสู่การเป็นส่วนสำคัญและเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยยกระดับบริษัท องค์กร และตลาดทุนโดยรวมเพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ตลาดทุนไทย
