EGCO Group กางแผนขับเคลื่อนการเติบโตครึ่งหลังปี 69 อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาทชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 – Direct PPA ปักหมุดต่อยอดสหรัฐฯพร้อมโชว์ปันผล 3.25 บาท/หุ้น
Categories : Update News, Stock Market, Energy
Public : 27/08/2026EGCO Group กางแผนขับเคลื่อนการเติบโตครึ่งหลังปี 69 อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาทชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 - Direct PPA ปักหมุดต่อยอดสหรัฐฯพร้อมโชว์ปันผล 3.25 บาท/หุ้น ตอกย้ำรากฐานกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เผยทิศทางการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ ด้วยงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุกและการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) มุ่งคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับเสถียรภาพและคุณภาพกำไร (Earnings Quality & Stability) พร้อมชิงเค้กนโยบายรัฐ PDP 2026 และ Direct PPA ชู 5 โอกาสทอง ครอบคลุม โรงไฟฟ้าเดิม พลังงานหมุนเวียน ระบบ BESS เทคโนโลยี SMR และนิคมฯ เอ็กโกระยอง (ERIE) รับอานิสงส์ Data Center ควบคู่ขยายฐานธุรกิจในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.25 บาท/หุ้น สะท้อนรากฐานการเงินแน่นและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนถึงความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Resilience) และการมีวินัยทางการเงินที่เข้มงวดของ EGCO Group ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์โลก จุดแข็งสำคัญของเรา มาจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Diversification ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของประเทศ ที่ลงทุน เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยี และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายที่วางไว้”
ปันผลเด่นตอบความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น จากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและผลการดำเนินงานที่เข้มแข็งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำให้ EGCO Group มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น อย่างสม่ำเสมอ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ในอัตราหุ้นละ 3.25 บาท หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 4.96% (คิดจากราคาหุ้น ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 กันยายน 2569
ทิศทางครึ่งปีหลัง 2569 : อัดงบ 3 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “POWER4” นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569 EGCO Group จะยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีวินัย ผ่านกลยุทธ์ “POWER4” โดยเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มี ความยืดหยุ่นสูง และสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนคุณภาพดีที่สร้างกระแสเงินสดทันที ควบคู่กับการทำ Asset Recycling (การหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางด้านเงินทุน รองรับการขยาย การลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานการลงทุนอันดับ 2 ของบริษัท”
ชู 5 โอกาสทอง ขานรับ PDP 2026 และ Direct PPA ด้วยจุดแข็งและศักยภาพของ EGCO Group ได้แก่ การมีพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล (Diversified Portfolio) สถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง (Financial Resilience) ประสบการณ์ในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน (Proven Expertise) และสินทรัพย์ในทำเลศักยภาพสูง (Strategic Assets & Locations) ที่พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน นโยบายภาครัฐทั้ง 2 ประเด็นนี้ จะเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับ EGCO Group ใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1) การขยายกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม (Conventional Power Generation) บริษัทมองโอกาสจากการต่อยอดโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีพื้นที่รองรับการขยายกำลังผลิต และมีความพร้อม ด้านระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการใหม่
2) การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Renewables) บริษัทมีประสบการณ์การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน จึงมองเห็นโอกาสในการเข้าร่วมประมูลหรือพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แผน PDP 2026 ได้ทันที เมื่อมีรายละเอียดที่ชัดเจน
3) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System - BESS) นอกจากพลังงานหมุนเวียนแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการพัฒนา BESS ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต ช่วยเสริมความเสถียรของระบบไฟฟ้า เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้า รองรับการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น และสนับสนุนการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการ BESS หลายโครงการ ภายใต้บริษัท Apex Clean Energy (APEX) ในสหรัฐอเมริกา
4) เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต SMR (Small Modular Reactor) บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการของ SMR อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า SMR อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับการผลิตไฟฟ้าฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านการลดคาร์บอนในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ ความพร้อม และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับสากล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต
5) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (EGCO Rayong Industrial Estate - ERIE) โครงการ ERIE ใน จ.ระยอง ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลธุรกิจยุคใหม่ที่รวมพลังงานและสาธารณูปโภคครบวงจร (Integrated Energy Platform) ขับเคลื่อนผ่าน 4 ด้าน ได้แก่ 1) Industrial Estate ขายและให้เช่าที่ดิน พร้อมระบบสาธารณูปโภค 2) Power Generation พัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในนิคม 3) Direct PPA จัดส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมโดยตรง และ 4) Data Center Co-investment ร่วมลงทุนและจัดหาพลังงานสะอาดแก่กลุ่ม Data Center
โอกาสการลงทุนในต่างประเทศ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ EGCO Group ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศ 6 ประเทศ ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทมีพอร์ตการลงทุนเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศไทย ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและพลังงานหมุนเวียน ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดรับโอกาสการลงทุน ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวด้วย
เกี่ยวกับ EGCO Group ปัจจุบัน (ณ 27 สิงหาคม 2569) EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,946 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,648 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 24% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ นอกจากนี้ EGCO Group ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ครอบคลุมธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค และธุรกิจ Customer Solution และ Startup โดยธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) ประจำปี 2026 ในประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้าของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ โดยได้รับการประเมินในระดับสูงสุดของกลุ่ม และก่อนหน้านี้ได้รับการจัดอันดับอยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) (ชื่อเดิมของ DJ BIC) มา 5 ปีต่อเนื่อง ท่านสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ EGCO Group เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.egco.com และ www.facebook.com/EGCOGroup
********************************
