“ ศรพล” เล็งบริหารพอร์ตลงทุน แบบ TPA ชูรักษาเงินต้น–ชนะเงินเฟ้อ 2-3% พร้อมดันกฎหมาย ข้ราชกานเกษียณนำเงินบำนาญออมต่อ ! ช่วยสมาชิกมีเงินใช้ยามเกษียณ ปีนร้คาดผลตอบแทนเลข2หลักหลัง 8 เดือน 8.08%

Categories : Update News, Stock Market, Wealth

Public : 27/08/2026

“ ศรพล”  เล็งบริหารพอร์ตลงทุน แบบ TPA ชูรักษาเงินต้น–ชนะเงินเฟ้อ 2-3%  พร้อมดันกฎหมาย  ข้ราชกานเกษียณนำเงินบำนาญออมต่อ !  ช่วยสมาชิกมีเงินใช้ยามเกษียณ ปีนร้คาดผลตอบแทนเลข2หลักหลัง 8 เดือน 8.08% 

 

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดวิสัยทัศน์การบริหารกองทุน มุ่งยกระดับการลงทุนรับโลกที่มีความผันผวนสูง พร้อมเดินหน้าศึกษาปรับกลยุทธ์จาก Strategic Asset Allocation (SAA) สู่ Total Portfolio Approach (TPA) หรือรูปแบบ Hybrid โดยมองการลงทุนเป็นพอร์ตเดียวและบริหารผ่านปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor) มากกว่าการแยกมองเป็นรายสินทรัพย์ ตั้งเป้าหมายสำคัญคือ รักษาเงินต้นและสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ 2-3% ต่อปี คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้

ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท และมีสมาชิกเกือบ 1.3 ล้านคน ทำให้การปรับแนวทางลงทุนมีความสำคัญโดยตรงต่อความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิก

[caption id="attachment_125815" align="alignnone" width="1000"] Screenshot[/caption]

ปีทองหุ้นไทย ดันแผนทั่วไปผลตอบแทน 8.08%

ดร.ศรพล กล่าวว่า ผลการดำเนินงานด้านการลงทุนในปีนี้ถือว่าเป็น “Exceptional Year” โดย ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนทั่วไปมีผลตอบแทนอยู่ที่ 8.08% แม้ยังไม่สามารถระบุผลตอบแทนทั้งปีได้อย่างชัดเจน แต่ยังมองว่ามีโอกาสเดินหน้าต่อได้จากปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังอยู่ในระดับที่ดี

สำหรับตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา มองว่ามีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน โดยเฉพาะตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่สะท้อนว่า การลงทุนภาคเอกชนเติบโตถึง 14% สะท้อนความสนใจและกิจกรรมการลงทุนในประเทศที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กบข. ยังคงแนะนำให้สมาชิก กระจายความเสี่ยงและมองการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากเป้าหมายหลักของเงิน กบข. คือการสร้างความมั่นคงสำหรับวัยเกษียณ ไม่ใช่การไล่ตามผลตอบแทนระยะสั้นของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง

ชู ESG ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่คือ Risk Management

อีกหนึ่งประเด็นที่ กบข. ให้ความสำคัญคือการลงทุนอย่างรับผิดชอบ โดย ดร.ศรพล มองว่า ESG คือเรื่องของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องภาพลักษณ์หรือความยั่งยืน

หาก กบข. เข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การถูกกดดันจากมาตรการด้าน Carbon หรือมีปัญหาด้านธรรมาภิบาล อาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ ต้นทุน และผลประกอบการในระยะยาว ดังนั้นการนำ ESG มาประกอบการตัดสินใจลงทุนจึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการปกป้องเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิก

สมาชิกปรับแผนเฉลี่ย 3-4 ครั้งต่อปี  

ด้านพฤติกรรมสมาชิก พบว่าโดยเฉลี่ยสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนประมาณ 3-4 ครั้งต่อปี เนื่องจากแต่ละคนมีระดับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน จึงไม่มีแผนการลงทุนแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน

สำหรับสมาชิกที่ไม่มีเวลาติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด กบข. แนะนำ แผน Life Path ซึ่งมีทีมงานช่วยปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงอายุและระยะเวลาที่เหลือก่อนเกษียณ ช่วยลดภาระในการตัดสินใจปรับพอร์ตด้วยตัวเอง

ดร.ศรพล กล่าวว่ส โจทย์สำคัญของ กบข. ว่า ปัจจุบันสมาชิกประมาณ 73% ยังมีเกณฑ์เงินออมเฉลี่ยต่ำกว่าเป้าหมาย ทำให้ กบข. ต้องเร่งดำเนินการทั้งด้านผลตอบแทน การออม และการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อให้สมาชิกมีเงินเพียงพอหลังเกษียณ

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเร่งเชื่อมโยงข้อมูลสมาชิกกับข้อมูลส่วนสมทบจากภาครัฐ เพื่อให้ กบข. เห็นภาพฐานะทางการเงินของสมาชิกได้ครบถ้วนมากขึ้น และสามารถออกแบบคำแนะนำด้านการออมและการลงทุนได้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล

เดินหน้ากฎหมาย  สมาชิกเกษียณแล้วนำเงินบำนาญออมต่อ

ดร ศรพล กล่าวว่า จากการเดินสายพบสมรชิก พบว่า สมาชิกที่เกษียณแล้ว อยากนำเงินบำนาญที่ได้รับเป็นรายเดือน มรออมต่อกับ กบข  ที่ขณะนี้ยังทำไม่ได้ และต้องแก้กฎหมาย  โดยปัจจุบันได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลางและหารือถึงประโยชน์ของแนวทางดังกล่าวแล้ว

ล่าสุด มีการจัดทำร่างกฎหมายแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ กบข. ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี  และรัฐสภาตามลำดับและเป็นเรื่องททึ่เริ่มผลักดันการยกร่างตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข.

ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญของการออมต่อหลังเกษียณคือภาระหนี้สินของสมาชิก หากสามารถปรับแก้กฎหมายได้ จะช่วยเปิดทางให้ข้าราชการสามารถ แบ่งเงินบางส่วนมาออมต่อได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ของการออมระยะยาว

กบข. ยังอยู่ระหว่างประสานงานกับกรมบัญชีกลางเพื่อศึกษาข้อมูลของสมาชิกที่เกษียณแล้ว ซึ่งปัจจุบันฐานข้อมูลส่วนดังกล่าวอยู่กับกรมบัญชีกลาง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้สามารถวางแนวทางดูแลสมาชิกได้ครบวงจรมากขึ้น

อย่างไรก็ตามภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ ที่ไม่ได้มองเพียงการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ให้ความสำคัญกับ “เงินต้น–เงินเฟ้อ–ความเสี่ยง–การออม” เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือทำให้สมาชิกเกือบ 1.3 ล้านคนมีความมั่นคงทางการเงินและมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ