“ยศชนัน” เปิดมหกรรม IP x Venture Rise Thailand 2026 กองทุนววน.- กรมทรัพย์ทางปัญญา ผนึกกำลัง ดันนวัตกรรมไทย สร้างมูลค่า
Categories : Update News, Economy
Public : 27/08/202627 สิงหาคม 2569 – ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดมหกรรม IP x Venture Rise Thailand 2026 เวทีความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวง อว. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผ่านการสนับสนุน จากกองทุนวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อให้เกิดการส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันของประเทศทั่วโลกที่เร่งลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเทศไทยมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดย IMD World Competitiveness Ranking 2026 จัดไทยอยู่อันดับ 26 จาก 70 เขตเศรษฐกิจ ขยับขึ้น 4อันดับจากปีก่อน ขณะที่ Global Innovation Index (GII) 2025 จัดไทยอยู่อันดับ 45 จาก 139 ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ไทยมีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดได้อีกมาก โดยเฉพาะการยื่นขออนุสิทธิบัตรเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต้นๆ ของโลก รวมถึงศักยภาพด้านตลาดและการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ที่อยู่ในระดับดี
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การแข่งขันระยะต่อไปมีความท้าทายมากขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน เทคโนโลยี กำลังคน และความสามารถของภาคธุรกิจในการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะพบว่า ประเทศไทยมีทั้งนักวิจัยที่มีความสามารถ และสถากันการศึกษาและสถาบันด้านการวิจัยทั่วประเทศ โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่โจทย์สำคัญคือการนำเครื่องมือศักยภาพเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าให้กับประเทศมากขึ้น

“งานวิจัยที่ดีต้องมีโอกาสไปถึงผู้ใช้งานจริง เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นต้องสามารถเพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจ ขณะที่ทรัพย์สินทางปัญญาต้องได้รับการต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ”ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว
เชื่อม อว.–พาณิชย์ ปิดช่องว่างงานวิจัยสู่ตลาด ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์จริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นักวิจัยต้องเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ ภาคธุรกิจต้องเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น นักลงทุนต้องเห็นโอกาสของนวัตกรรมไทย ขณะที่ภาครัฐต้องสร้างกลไกให้ทุกฝ่ายเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ ขณะเดียวกันการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาได้มากกว่าการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเท่านั้น โดยต้องเร่งผลักดันสิทธิบัตรและผลงานวิจัยไปต่อยอดทางธุรกิจ เชื่อมโยงกับการลงทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้หารือกับ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมจุดแข็งของทั้งสองกระทรวงเข้าด้วยกัน
“กระทรวง อว. มีองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี บุคลากร ตลอดจนเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยทั่วประเทศ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีความเชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา เครือข่ายผู้ประกอบการ และกลไกด้านการค้าและตลาดทั้งในและต่างประเทศ ถ้าสองส่วนนี้เชื่อมกันได้ดี จะช่วยให้งานวิจัยและเทคโนโลยีของไทยมีเส้นทางไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ชัดขึ้น และช่วยให้ภาคธุรกิจเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมของประเทศได้มากขึ้น”ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว

IP x Venture Rise ดึงกว่า 200 ผลงาน เชื่อมวิจัย–ธุรกิจ–ทุน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า IP x Venture Rise Thailand 2026 เป็นอีกก้าวที่สำคัญ โดยการนำผู้เกี่ยวข้องใน Ecosystem มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งนักวิจัย เจ้าของเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน หน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานสนับสนุนและได้มีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม มากกว่า 200 ผลงาน พร้อมกิจกรรม Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ และเกิดความต่อเนื่องหลังจบงาน ทั้งผลงานวิจัยได้พบผู้ประกอบการที่มีโจทย์ตรงกัน นักวิจัยได้รับโจทย์ใหม่จากภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการพบเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับธุรกิจ และนักลงทุนเห็นโอกาสจากนวัตกรรมไทย
RISE+ Awards ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ “นวัตกร” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึง RISE+ Awards 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายในงาน สะท้อนการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาต่อยอดและสร้างคุณค่าใหม่ โดยมีนักเรียนและนักศึกษาสนใจส่งผลงานเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำความรู้และความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณค่า และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดและลงมือทำในแบบ “นวัตกร” พร้อมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปสร้างอนาคตให้ประเทศไทย
ย้ำงบ ววน. ต้องตอบโจทย์ประเทศ สำหรับทิศทางการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมที่ สกสว. เชิญผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในระบบ ววน. เพื่อรับทราบทิศทางและแนวทางการสนับสนุนงบประมาณด้าน ววน. ประจำปีงบประมาณ 2571 โดยได้มอบนโยบายให้การขับเคลื่อน ววน. ระยะต่อไปต้องสร้างผลงานวิจัย ต้องมองตั้งแต่ต้นว่างานวิจัยตอบโจทย์อะไรของประเทศ จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร และเชื่อมต่อไปสู่ภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม หรือการยกระดับขีดความสามารถของประเทศได้อย่างไร โดยเป้าหมายคือทำให้ทุกการลงทุนของกองทุน ววน. เปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และสร้างคุณค่าให้กับประเทศได้เต็มศักยภาพ
“ประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้ศักยภาพที่กระจายอยู่ในหลายภาคส่วนเชื่อมเข้าหากัน และร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่ขึ้น หากภาครัฐ ภาควิจัย ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการลงทุนทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ สร้างอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว”ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า กองทุน ววน. โดย สกสว. และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมบูรณาการ ในการผลักดันงานวิจัยขึ้นทะเบียน ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม กับผลงานวิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เป็นการกระตุ้นให้เกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ เข้ามาสร้างสรรค์ ผลงานวิจัยตอบสนอง โจทย์การเปลี่ยนแปลง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ของประเทศ
ทั้งนี้ การจัดงาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต IP x Venture Rise Thailand 2026” จัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งเป็นหมุดหมายที่สำคัญของนักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐและเอกชน ที่จะใช้เป็นโอกาส และแหล่งรวมด้านผลงานวิจัย เกิดการต่อยอดระบบธุรกิจในอนาคต
