“วิริยะประกันภัย”ปลื้มครึ่งปี Non-Motor โตกระฉูดเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,700 ล้านบาทโตทะลุเป้าปีที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท โปรดีกส์ ดัน Health-PA ครองกว่า 50% กว่า 2 พันล้านบาท ลุย Specialty Insurance

Categories : Update News, Insurance

Public : 28/08/2026

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจประกันภัย Non-Motor ว่า ได้รับการตอบรับและเติบโตได้ดีมาก โดยครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวม  5,700 ล้านบาท โตทะลุเป้าหมายปี ที่บริษัทวางไว้ว่า ปีนี้ทั้งปี จะมีเบี้ยประกันภัยรับรวม  5,000 ล้านบาท หนุนให้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 4.7% อยุ่อันดับ7 ดี ขึ้นจากปีก่อนอยู่อันดับ 8 และหวังว่าปีหน้าจะขยับมาสู่อันดับ 6

“ กลยุทธ์และผลิตภัณฑ์สำคัญที่เป็นตัวผลักดันให้ Non motor  โต คือ  กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ (Health) และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คิดเป็นมากกว่า 50% ของพอร์ต Non-Motor หรือมีเบี้ยประกันภัยรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท“

ขณะที่ธุรกิจ ประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (PNC) และประกันภัยทางทะเล (Marine) ยังคงเป็นอีกสองกลุ่มสำคัญ โดยแต่ละกลุ่มมีเบี้ยประกันภัยมากกว่า 1,000 ล้านบาท สะท้อนโอกาสในการขยายฐานธุรกิจ Non-Motor ให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในพอร์ตของบริษัท

สำหรับผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่มีศักยภาพโดดเด่น ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง (Carrier Liability) ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งของวิริยะประกันภัย โดยครอง อันดับ 1 ของตลาด ด้วย Market Share สูงถึง 56% และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดพอร์ตใหญ่ที่สุดในหมวดดังกล่าว

ด้าน ประกันภัยด้านวิศวกรรม (Engineering) เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยขยายตัวมากกว่า 20% และปัจจุบันอยู่ในอันดับ 3 ของตลาด ขณะที่ ประกันภัยอิสรภาพ (Bail Bond) แม้มีขนาดเบี้ยประกันภัยไม่สูงเท่ากลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก แต่บริษัทสามารถครองตำแหน่ง อันดับ 1 ของตลาด

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของวิริยะประกันภัยในการต่อยอดธุรกิจ Non-Motor ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Health และ PA ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งในตลาด Specialty Insurance ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความสามารถในการบริหารความเสี่ยงเฉพาะด้าน

ทั้งนี้ การเพิ่มน้ำหนักธุรกิจ Non-Motor ยังเป็นโอกาสสำคัญในการกระจายพอร์ตธุรกิจ ลดการพึ่งพาประกันภัยรถยนต์ และรองรับความต้องการด้านการบริหารความเสี่ยงของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต

 

นางฐวิกาญจน์ กล่าวว่า  วิริยะประกันภัยมีกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันสัดส่วนเป้าหมาย Non-Motor ให้เติบโตจนถึง 20% ของพอร์ตโฟลิโอรวมภายใน 5-6 ปีข้างหน้าโดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน (Quality and Sustainable Growth) แทนการแข่งขันด้านราคา ผ่านกลยุทธ์ดังนี้

1. กลยุทธ์การต่อยอดจากฐานลูกค้าและตัวแทนเดิม (Cross-selling) โดยผลิตภัณฑ์ชูโรง "Motor Add-on บริษัทใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อให้ตัวแทนที่เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์หันมาสนใจขายงาน Non-Motor มากขึ้น โดยออกแบบให้ขายควบคู่ไปกับประกันรถยนต์ได้ง่ายผ่านระบบ Portal  มีเบี้ยเริ่มต้นเพียง 500 บาท เพื่อให้ตัวแทน "ขายง่าย ขายคล่อง" และช่วยต่อยอดธุรกิจหลักได้ทันที

*ฝการสร้างกระแสในกลุ่มตัวแทน ในปีนี้บริษัทเน้นการ  Educate และสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ Non-Motor ให้กับตัวแทนที่มีอยู่จำนวนมาก เพื่อให้ตัวแทนเหล่านั้นเห็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากค่าคอมมิชชันและสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ (Product Strategy) เช่น  เบี้ยประกันภัยราคาจับต้องได้ โดยบริษัทออกผลิตภัณฑ์ที่เน้นความคุ้มค่าและสื่อสารง่าย เช่น **ประกันบ้าน 999 บาท** (ทุนสูงสุด 1 ล้านบาท) และ **ประกัน SME 1,500 บาท** เพื่อจูงใจลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีหนี้สินหรือสินเชื่อธนาคารให้หันมาทำประกันด้วยตัวเอง

ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเลือก เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) บริษัทได้เสนอทางเลือกอย่าง  Deductible (ความรับผิดส่วนแรก) และ Copay ซึ่งช่วยลดภาระเบี้ยประกันภัยให้ลูกค้าได้สูงสุดถึง 64%

รวมถึงผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอย่าง  Room Care ที่เน้นค่าห้อง และ Mini Healthสำหรับกลุ่มที่มีสวัสดิการอยู่แล้วแต่อยากได้ความคุ้มครองเพิ่มในราคาประหยัด

การมุ่งเน้นกลุ่มสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เตรียมออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจ่ายเบี้ยไหวในระยะยาว แม้จะอยู่ในวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้แล้ว

3. การพัฒนาเทคโนโลยีและระบบการทำงาน (System & Data)  ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา วิริยะประกันภัยให้ความสำคัญกับการ พัฒนาระบบหลังบ้าน เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานการบริการให้แข็งแกร่งเหมือนกับประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ยาวนาน

การใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจ ที่ บริษัทกำลังเร่งพัฒนาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data) เพื่อนำมาวิเคราะห์และออกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมถึงการกำหนดเบี้ยประกันที่แม่นยำและเหมาะสมยิ่งขึ้น

4. การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับตัวรับ Climate Change  สำหรับกลุ่ม PNC (อสังหาริมทรัพย์และวิศวกรรม) บริษัทได้เพิ่มการซื้อ **ประกันภัยต่อ (Reinsurance)** และวางกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว เพื่อรักษาเสถียรภาพของพอร์ตโฟลิโอ

“ ปัจจุบัน  สัดส่วน Non-Motor ของวิริยะประกันภัยอยู่ที่ประมาณ 13% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด และในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้สามารถเติบโตได้ถึง 18% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของตลาดที่เติบโตเพียง 3% โดยบริษัทตั้งเป้าจะรักษาการเติบโตในระดับเลขสองหลัก (2-digit growth) อย่างต่อเนื่องเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ “