จับตา “เงินบาท–หุ้นไทย” สัปดาห์หน้า เงินบาทเสี่ยงอ่อนแตะ 33 บาท/ดอลลาร์ SET ลุ้นยืน 1,575 จุด

Categories : Update News, Finance

Public : 30/08/2026

ทิศทางตลาดการเงินสัปดาห์หน้า 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569 จับตาเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50–33.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่หุ้นไทยยังเผชิญแรงขายต่างชาติและความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง ด้าน KSecurities วางแนวรับ SET ที่ 1,575 และ 1,550 จุด

เงินบาทจับตาแนว 33 บาท ดอลลาร์ฟื้นรับคาดการณ์เฟด

เงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลง หลังดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จากตลาดที่ยังประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐขยับขึ้นและหนุนแรงซื้อดอลลาร์

ช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทเคยแข็งค่าขึ้นจากแรงขายดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อความผันผวนของบอนด์ยีลด์และมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แต่เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในเวลาต่อมา หลังดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยขยายมาตรการ Secondary Sanctions ครอบคลุม 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ

ปลายสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ค. และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ตลาดยังไม่ตัดโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ด้านปัจจัยในประเทศ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย ยังเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทในระยะสั้น

KBank ประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าในกรอบ 32.50–33.20 บาทต่อดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยเดือน ก.ค. กระแสเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานเดือน ส.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด และดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของยูโรโซน

 

หุ้นไทยยังถูกกดดัน ต่างชาติขายต่อเนื่อง

ด้านตลาดหุ้นไทย SET Index ปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และการประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ

แรงขายกระจายเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดรีบาวด์ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนการประกาศจ่ายเงินปันผล

อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง โดยเฉพาะ หุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงจากความคาดหวังว่าอิหร่านและโอมานอาจมีการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว

แรงขายหุ้นบิ๊กแคปในช่วงท้ายสัปดาห์กดดันให้ SET Index หลุดระดับ 1,600 จุด ขณะที่ตลาดยังต้องติดตามทิศทางเงินทุนต่างชาติและปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด

สัปดาห์หน้า SET มีแนวรับ 1,575 จุด

สำหรับสัปดาห์วันที่ 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569 KSecurities ประเมินว่า SET Index มีแนวรับสำคัญที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด

ปัจจัยที่ต้องจับตายังคงเป็นสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานเดือน ส.ค. ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อมุมมองดอกเบี้ยของเฟด

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือน ส.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.ค. ของยูโรโซน

สรุปภาพรวมสัปดาห์หน้า: ตลาดการเงินไทยยังอยู่ในภาวะ “จับตาปัจจัยต่างประเทศ” โดยเฉพาะทิศทางดอลลาร์และดอกเบี้ยเฟด ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย หากดอลลาร์ยังแข็งค่าและเงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง มีโอกาสเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ 33 บาทต่อดอลลาร์ และ SET Index ทดสอบแนวรับ 1,575 จุด