กรมธุรกิจพลังงานผนึกค่ายรถ-ผู้ค้าน้ำมัน หนุนใช้น้ำมัน E20 ช่วยไทยฝ่าวิกฤต เตรียมชงนายกรัฐมนตรีปลดล็อคส่งออกน้ำมันดีเซล
Categories : Update News, Energy
Public : 31/08/2026กรมธุรกิจพลังงาน จับมือพันธมิตรและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 7 แบรนด์ ประกาศความร่วมมือสร้างความเชื่อมั่นในการใช้น้ำมัน E20 ตั้งเป้าปริมาณยอดขาย E20 ต้องเกิน 6 ล้านลิตรต่อวัน ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ปัจจุบันที่ระดับ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมหนุนขยายสถานีให้บริการเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีราว 5,000 แห่งทั่วประเทศ แย้มเล็งหารือนายกฯปลดล็อกผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันดีเซล
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากรมธุรกิจพลังงาน ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย,กลุ่มค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์,กลุ่มค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ และผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 7 แบรนด์ ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการใช้น้ำมัน E20 โดยตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ต้องเกิน 6 ล้านลิตรต่อวันภายในช่วงสิ้นปีนี้ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หลังพบปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการน้ำมัน E20 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมกันประมาณ 5,000 แห่ง หรือคิดเป็นกว่าเกือบ 1 หมื่นหัวจ่าย ส่งผลให้การเข้าถึงน้ำมัน E20 ถือว่ามีระดับเพียงพอ โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นปีนี้จำนวนสถานีให้บริการน้ำมัน E20 จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
โดยการผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเป้าหมายสำคัญไปที่การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบให้ตลาดน้ำมันโลกมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมกันนี้ยังชูจุดเด่นในด้านการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนด้วยการใช้มาตรการทางกลไกราคากำหนดให้น้ำมัน E20 มีราคาที่ถูกกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 5 บาทต่อลิตร และมีค่าออกเทนเท่ากัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลแล้ว ยังเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตเอทานอลได้อย่างเพียงพอต่อการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ในประเทศมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E20 ได้แล้ว ทว่าในปัจจุบันการเลือกใช้น้ำมัน E20 ของผู้บริโภคยังคงมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการรองรับของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในระดับสูง คือ มีรถยนต์กว่า 4 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 80% ที่สามารถใช้น้ำมัน E20 ได้ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 18% ของปริมาณการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน
จากการสำรวจพบว่ามีสาเหตุมาจากประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ทราบข้อมูลว่ารถยนต์ของตนเองสามารถเติมน้ำมัน E20 ได้หรือไม่ และยังมีผู้บริโภคอีกบางส่วนที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าน้ำมัน E20 อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้อัตราเร่งไม่ดีเท่าที่ควรหรือมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่มากกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้การเร่งสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและปลดล็อกทุกข้อกังวลของประชาชน จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันดำเนินการ เพื่อให้การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และส่งผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
ขณะที่เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ กรมธุรกิจพลังงาน ได้ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลรุ่นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่รองรับการใช้น้ำมัน E20 จากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อนำเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน สำหรับให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรุ่นรถของตนเองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังร่วมยืนยันผลการทดสอบว่าน้ำมัน E20 สามารถใช้งานได้จริงโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ ต่อเครื่องยนต์ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่รองรับ
สำหรับในส่วนของการดูแลคุณภาพน้ำมันให้ได้มาตรฐานนั้น กรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลอย่างเข้มข้นตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจคุณภาพของน้ำมันได้อย่างแน่นอน และในส่วนของความพร้อมในการผลิตเอทานอลเพื่อนำมาผลิตน้ำมัน E20 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานก็ได้ร่วมยืนยันว่าศักยภาพการผลิตเอทานอลเพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคพลังงานสำหรับผลิตเป็นน้ำมัน E20
ด้านทางฝั่งผู้ค้าน้ำมันพร้อมใจกันยืนยันเรื่องความพร้อมในการกระจายน้ำมัน E20 ให้มีจำหน่ายอย่างทั่วถึงในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ตลอดจนจะมีการเตรียมออกแคมเปญสิทธิประโยชน์และโปรโมชันส่วนลดพิเศษ เพื่อจูงใจและคืนกำไรให้แก่ประชาชนที่หันมาเติมน้ำมัน E20 อีกด้วย
ส่วนการผลักดันน้ำมัน E20 ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานในกลุ่มน้ำมันเบนซินนั้น มองว่าการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 ก็อาจต้องควบคู่การลดน้ำมันบางประเภทในอนาคต ซึ่งอยู่ระหว่างดูยอดปริมาณการใช้หลังจากนี้ ซึ่งหากพบว่ายอดการใช้เพิ่มขึ้นก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะลดน้ำมันประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ตามกรมธุรกิจพลังงานจะพยายามสรุปแผนให้ได้ภายในเดือน ต.ค.69
นอกจากนี้ความคืบหน้าการพิจารณาการปลดล็อกการส่งออกน้ำมันดีเซลนั้น มองว่าตอนนี้รัฐมนตรีพลังงานได้ร่วมประชุมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกลุ่มโรงกลั่นแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งปริมาณการเก็บน้ำมันของโรงกลั่นตอนนี้ประมาณ 70-80% โดยในเดือนที่ผ่านมาเข้าสู่ฤดูฝนก็ทำให้ยอดการใช้น้ำมันลดลงและโรงกลั่นก็ลดกำลังการผลิตลงด้วย จึงทำให้สภาพโดยรวมยังอยู่ในระดับปกติ
"การร่วมมือร่วมใจสนับสนุนและเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตขึ้นภายในประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ผู้บริโภคในด้านความคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร และสนับสนุนเสถียรภาพของราคาพืชผลของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้รถหันมาเลือกใช้น้ำมัน E20 เพื่อผสานพลังในการนำประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตการณ์พลังงานโลกครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงขอให้ร่วมกันเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงประโยชน์ของการใช้น้ำมัน E20 ให้แพร่หลายต่อไป" นายสราวุธ กล่าว
นายอดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง 28 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 7.2 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้จริงประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 50-60% ของกำลังการผลิต สะท้อนว่าไทยยังมีศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้เอทานอลในภาคเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน
ขณะท่ี่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ปริมาณวัตถุดิบ การผลิต การสำรอง และการจัดส่งเอทานอล เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ พร้อมย้ำว่าทุกลิตรของเอทานอลที่ผลิตและใช้ภายในประเทศคือการนำทรัพยากรของประเทศไทยมาสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย
