ก.ล.ต.คุม Finfluencer-Content Creator หากเข้าข่ายแนะนำหรือชักชวนลงทุน ต้องมีใบอนุญาต เปิดยอดประชาชนขอคำปรึกษาภัยลงทุนปีนี้พุ่งเกือบ 4,000 ครั้ง
Categories : Update News, Stock Market
Public : 11/09/2026ก.ล.ต.คุม Finfluencer-Content Creator หากเข้าข่ายแนะนำหรือชักชวนลงทุน ต้องมีใบอนุญาต เปิดยอดประชาชนขอคำปรึกษาภัยลงทุนปีนี้พุ่งเกือบ 4,000 ครั้ง

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงแนวทางกำกับดูแล Content Creator และ Finfluencer ด้านการเงินและการลงทุนว่า ปัจจุบันบุคคลกลุ่มดังกล่าวมีบทบาทในการสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนมากขึ้น และมีประโยชน์ในการย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ต้องมีขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างการให้ข้อมูลหรือความรู้ กับกิจกรรมที่เข้าข่ายต้องได้รับใบอนุญาต
" Content Creator หรือ Finfluencer ทำกิจกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เช่น การให้คำแนะนำการลงทุน หรือชักชวนประชาชนให้ลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายกิจกรรมที่ต้องได้รับใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะดำเนินการเพิ่มขึ้นคือการสร้างความชัดเจนให้ Content Creator และ Finfluencer เข้าใจว่า กิจกรรมประเภทใดเป็นเพียงการให้ข้อมูลหรือความรู้ และกิจกรรมใดก้าวเข้าสู่ ‘เส้นแดง’ ที่เข้าข่ายต้องได้รับใบอนุญาต” นายเอนกกล่าว
สำหรับ Content Creator ที่ให้ความรู้หรือเผยแพร่ข้อมูลทั่วไป โดยไม่ได้ทำกิจกรรมที่เข้าข่ายต้องได้รับอนุญาต ก.ล.ต.มีแนวทางสนับสนุนให้เข้าถึงฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อนำไปสื่อสารต่อประชาชน ขณะที่ผู้ที่ดำเนินกิจกรรมเกินขอบเขตและเข้าข่ายต้องได้รับอนุญาต จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย
ส่วนกรณี Content Creator หรือ Finfluencer ทำงานร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงการเปิดเผยผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกระบวนการคัดเลือกและกำกับดูแลบุคคลที่เข้ามาสื่อสารข้อมูลกับประชาชน
ซึ่ง ก.ล.ต.มองว่า Content Creator และ Finfluencer ที่ให้ข้อมูลอย่างถูกต้องสามารถเป็นอีกกลไกในการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารเรื่องการเงินและการลงทุนไปยังประชาชนได้ จึงไม่ได้มุ่งจำกัดบทบาทของบุคคลกลุ่มดังกล่าว แต่จะเน้นกำกับกิจกรรมที่เข้าสู่ขอบเขตซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาต
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.ยังเดินหน้าป้องกันปัญหาหลอกลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ หลังมิจฉาชีพนำเทคโนโลยีมาใช้หลอกลวงประชาชนในหลายรูปแบบ ทั้ง Investment Scam และ Romance Scam โดยพบว่าประชาชนมีความตื่นตัวในการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น
สะท้อนจากจำนวนการขอคำปรึกษากับ ก.ล.ต.ที่เพิ่มจากกว่า 1,200 ครั้งในปีก่อน เป็นเกือบ 4,000 ครั้งในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ขณะที่การสื่อสารและรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องภัยลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถสร้างการเข้าถึงได้ประมาณ 55 ล้าน Reach
