YLG เผย 20 ประเทศถือครองทองคำสูงสุดในโลก สหรัฐติดท็อป2 ถือครองเกิน 80% จีนถือ 8% มีโอกาสเร่งสะสม
Categories : Update News, Wealth
Public : 29/09/2026• YLG มองทองคำปรับลดลงแค่ช่วงสั้นระยะยาวยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ชี้ปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน โดยเฉพาะแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมเผยตัวเลขการถือครองทองคำท็อป 20 พบ อุซเบกิสถานนำโด่งสมฐานะประเทศเหมืองทองถือครอง 87% ตามด้วยสหรัฐฯถือครองประมาณ 84%
• ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังถือครองสัดส่วนน้อย ไทยถือครองประมาณ 10% อยู่ลำดับ 23 ของโลกแต่ครองเบอร์ 1 อาเซียน แม้แต่จีนมีทองคำสะสมเกือบ 2.4 พันตัน แต่สัดส่วนต่อสำรองเพียงประมาณ 8% คาดเป็นโอกาสที่จีนจะเดินหน้าสะสมทองต่อเนื่อง หนุนระยะยาวทองยังเป็นขาขึ้น
• ล่าสุดเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99% สามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์ และกิโล ขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ทองคำ 96.5% สามารถลงทุนขั้นต่ำที่ 10 บาททอง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า YLG ยังคงมีมุมมองต่อเทรนด์ของราคาทองคำที่เป็นภาพใหญ่ว่ายังอยู่ในรอบขาขึ้น โดยปัจจัยหลักอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองก็คือการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ที่เดินหน้าเก็บทองคำเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนำเข้าทองคำสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม มากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568 รวมถึงประเทศขนาดกลางอย่างโปแลนด์ที่ซื้อทองคำสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 (2018) หรือตั้งแต่ก่อนยุคโควิด 19 และแม้โปแลนด์จะสะสมทองคำจนมีสัดส่วนประมาณ 30% ของทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว แต่ก็ยังตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะสะสมครบ 700 ตัน

ทั้งนี้หากพิจารณาจากสัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่างๆจะพบว่า ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มีสัดส่วนการถือครองทองคำที่สูงมาก ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่กลับมีการถือครองต่ำกว่า 10% และนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าอีกหลายประเทศจะยังคงต้องการซื้อทองคำเพิ่ม โดย สัดส่วนการถือครองทองคำ สูงสุด 20 อันดับทั่วโลก เผยแพร่โดยสภาทองคำโลก ที่ได้รวบรวมจากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ณ ไตรมาส 2/2569 มีดังนี้
1. อุซเบกิสถาน (Uzbekistan): มีสัดส่วนทองคำสูงถึง 86–87% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรองประมาณ 416 ตัน 2. สหรัฐอเมริกา (United States): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% โดยเป็นผู้ถือครองทองคำมากที่สุดในโลกด้วยปริมาณ 8,133.5 ตัน 3. เยอรมนี (Germany): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 3,350.3 ตัน 4. เลบานอน (Lebanon): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 82% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 286.8 ตัน 5. ฝรั่งเศส (France): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,437 ตัน 6. อิตาลี (Italy): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.3% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,451.8 ตัน 7. โปรตุเกส (Portugal): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 79.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 382.7 ตัน 8. คาซัคสถาน (Kazakhstan): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 77% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 339.9 ตัน 9. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 74.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 612.5 ตัน 10. กรีซ (Greece): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 64–65% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 115 ตัน 11. ไซปรัส (Cyprus): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 62.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.9 ตัน 12. ตุรกี (Turkey): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 53.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 603 ตัน 13. รัสเซีย (Russia): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 47% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,317 ตัน 14. สเปน (Spain): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 33.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 281.6 ตัน 15. โปแลนด์ (Poland): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 30.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 582 ตัน โดยมีเป้าหมายขยับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน 16. คูราเซาและซินต์มาร์เติน (Curaçao & Sint Maarten): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 29.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.1 ตัน 17. เบลารุส (Belarus): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 53.8 ตัน 18. ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank - ECB): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 504.8 ตัน 19. สโลวาเกีย (Slovak Republic): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 23.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 31.7 ตัน 20. สหราชอาณาจักร (United Kingdom): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 22.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 310.3 ตัน
ขณะที่ประเทศไทย มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 10.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 234.5 ตัน อยู่ลำดับที่ 23 ของโลก และอยู่อันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่วนใหญ่ถือครองอยู่ประมาณ 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ
ทั้งนี้จากตัวเลข 20 อันดับแรกจะพบว่า 1 – 10 อันดับแรกเป็นชาติมหาอำนาจที่ส่งต่อความมั่งคั่งมาตั้งแต่ยุคก่อน รวมถึงประเทศที่มีเหมืองทองคำอย่างเช่นอุซเบกิสถาน ขณะที่ลำดับ 11 – 20 เริ่มมีประเทศที่เร่งกำลังสะสมทองคำเข้าไปอยู่ในกลุ่ม เช่น โปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้ยูเครนและรัสเซีย การสะสมทองคำของโปแลนด์จึงเป็นสัญญาณว่าให้ความเชื่อถือทองคำในระยะยาวมากขึ้น ขณะที่จีนมีสัดส่วนทองคำต่อสำรองอยู่ที่ 2,366 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ดังนั้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนทองคำของชาติมหาอำนาจอื่นๆ จีนจึงถือว่ายังอยู่ห่างไกล ทำให้จีนเข้าสะสมทองคำในทุกราคา และจะยังคงสะสมเพิ่มต่อไป
“ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเรื่องผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระหว่างทางราคาทองคำจะเกิดการแกว่งตัวจากการขายทำกำไร แต่มองว่าระยะยาวราคาจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น คาดว่าครึ่งหลังของปีหน้าจะได้เห็นราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง ส่วนการปรับลดลงของทองคำในช่วงนี้มองว่าเป็นการขายเพื่อทำกำไรของพอร์ตในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดีระยะยาวมองว่ายังเป็นขาขึ้น” นางพวรรณ์ กล่าว
ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการลงทุนทองคำในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างเต็มที่ ล่าสุด YLG จึงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99% สามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์ และกิโล ขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ทองคำ 96.5% สามารถลงทุนขั้นต่ำที่ 10 บาททอง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่าน LINE : @ylgbullion หรือโทร. 02 798 9888
