รัฐบาลแจ้งกติกาใหม่ Credit Term เริ่ม 2 พ.ย. นี้ รายใหญ่จ่าย SME ภายใน 30 วันสินค้าเกษตร–45 วันการค้าและบริการ

Categories : Update News, Finance, Economy

Public : 06/10/2026

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับ คือจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569

สาระสำคัญคือ กรอบระยะเวลา Credit Term ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน กำหนดไม่เกิน 30 วัน ส่วนการค้า การผลิต และบริการทั่วไป กำหนดไม่เกิน 45 วัน หรือหากคู่ค้าตกลงระยะเวลาที่สั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว ให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้น ไม่ใช่นำกรอบใหม่ไปขยายวันจ่ายเงินออกไป

   

ทั้งนี้  SME ควรเริ่ม “วันเริ่มนับ” ระยะเวลา Credit Term นับตั้งแต่วันที่มีการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการตามจำนวน ประเภท และคุณภาพที่ตกลงกัน พร้อมส่งเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหลักฐานการส่งมอบ การรับสินค้า และเอกสารประกอบการวางบิลให้ชัดเจน

ส่วนกรณี “ฝากขาย” หรือ Consignment มีหลักการนับแตกต่างออกไป โดยให้นับตั้งแต่วันที่ขายสินค้าครบตามจำนวนหรืออัตราที่ตกลงกันตามธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าปกติ จึงไม่ควรเข้าใจว่าทุกกรณีจะเริ่มนับระยะเวลา Credit Term ทันทีตั้งแต่วันที่นำสินค้าไปวางจำหน่ายที่ร้าน

   

“หัวใจของกติกานี้ไม่ใช่การจำตัวเลข 30 หรือ 45 วันเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการรายเล็กควรตรวจวันส่งมอบ หลักฐานรับสินค้า เงื่อนไขฝากขาย และเอกสารวางบิลให้ชัด เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อวันที่จะเริ่มนับระยะเวลารับชำระเงิน และมีผลโดยตรงต่อการวางแผนสภาพคล่องของกิจการ” นางสาวลลิดากล่าว

นอกจากนี้ ประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นคู่ค้า แจ้งสิทธิในการรับเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงแสดงขั้นตอนการจ่ายเงินตามแนวทางการค้าปกติให้ SME ทราบอย่างชัดเจน รวมถึงการระบุลักษณะการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การประวิงการชำระเงินเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การเปลี่ยนแปลงระยะเวลา Credit Term หรือเงื่อนไขตามสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน รวมถึงการใช้สัญญาสำเร็จรูปกำหนดระยะเวลาในลักษณะเดียวกันกับ SME ทุกรายอย่างไม่เป็นธรรม

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศฉบับนี้มีการกำหนดนิยามของผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ และ SME ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ได้ครอบคลุมทุกธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทุกขนาดโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีที่มีการชำระเงินเกิน 45 วันจะเป็นความผิดทันที แต่ต้องพิจารณาขอบเขตของผู้ประกอบธุรกิจ เงื่อนไขที่คู่ค้าตกลงกัน เหตุผลประกอบ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีตามกระบวนการของ กขค.

“รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการค้าที่เป็นธรรม และต้องการให้ช่วงก่อนประกาศมีผลบังคับใช้เป็นช่วงที่ทั้งผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่และ SME ตรวจสอบสัญญา ขั้นตอนส่งมอบสินค้า เอกสารวางบิล และเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจน เพื่อให้เมื่อกติกาใหม่เริ่มใช้วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และช่วยให้ SME บริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นางสาวลลิดากล่าว