กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน – ยิ้มผลตอบแทนพอร์ตลงทุนดี ปรับพอร์ตลงทุนพันธบัตรเพิ่ม ลดหุ้นกู้เอกชน!
Categories : Update News, Insurance
Public : 15/10/2026กรุงเทพประกันชีวิต เผยผลศึกษาวิจัยเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคยุคสังคมอายุยืน พบคนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 78 ปี แต่ต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี พร้อมเปิดตัวก้าวใหม่ภายใต้แนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer ชีวิตดี มีได้ยาวๆ” ยกระดับการดูแลจากการจ่ายความคุ้มครองยามเกิดความเสี่ยง สู่การดูแลเชิงรุก ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยบริการ BLA EveryCare และ BLA Well-Being Ecosystem พร้อมยกระดับตัวแทนสู่ “Life Care Partner” ช่วยวางแผนชีวิตผ่านเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิต” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันตลอดชีพที่คุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ครบจบในกรมธรรม์เดียว
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคไทย พบว่าคนไทยมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 78 ปี แต่ช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีกลับหยุดอยู่ที่ประมาณ 67 ปี ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับภาวะป่วยและสุขภาพไม่ดีในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี

นอกจากนี้ งานวิจัยยังสะท้อนถึง 5 ความต้องการสำคัญที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค ได้แก่ ความต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองให้ได้นานที่สุด (Stay Capable) การมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต (Stay in Control) การได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นภาระของคนที่รัก (Stay Protected, Effortlessly) ซึ่งพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% กังวลเรื่องการกลายเป็นภาระครอบครัว การมีความมั่นคงพร้อมรับมือทุกความเสี่ยง (Stay Secured) และการไม่อยากแก่ตัวไปอย่างโดดเดี่ยว (Stay Connected)
นายโชนกล่าวว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมอายุยืนอย่างเต็มรูปแบบจากการที่คนมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทำให้การเตรียมความพร้อมของคนในวันนี้ต้องมองไกลกว่าการวางแผนหลังเกษียณ เพราะยังมีทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบครอบครัว ตลอดจนความต้องการด้านจิตใจและความสัมพันธ์ โจทย์ของการประกันชีวิตในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายกรมธรรม์ แต่คือการออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยืนยาวให้กับคนในสังคม ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กรุงเทพประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพใน 4 ด้าน ได้แก่ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี
“ในวันนี้เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน กรุงเทพประกันชีวิตจึงก้าวสู่ทิศทางใหม่ของการเป็น ‘BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer’ หรือ “ชีวิตดี มีได้ยาว ๆ” โดยขยายการดูแลจากเดิมที่เน้นการปกป้องทางการเงิน ไปสู่การปกป้องขั้นกว่าหรือ Protective Care+ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทั้ง การดูแลเชิงรุกเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ (Proactive Care) การดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค (Preventive Care) และการฟื้นฟูเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว (Restorative Care) พร้อมเพิ่มบริการ GoodLife Care Check-in เพื่อทบทวนแผนชีวิตสม่ำเสมอกับตัวแทนประกันชีวิต” นายโชนกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า
“ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งต่อความคุ้มครองที่หลากหลายและสร้างความสมดุลด้านจิตใจ ผ่านกรมธรรม์ใหม่ ๆ ใน 2 แนวทาง คือ Extension (ยืดความคุ้มครอง) เช่น “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” ประกันโรคร้ายแรงที่เปลี่ยนจากแบบ เจอ-จ่าย-จบ เป็น ‘เจอ จ่าย ไม่จบ’ ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงทางสมองและโรคที่กระทบต่อการดำรงชีวิตระยะยาว* เช่น โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ฯลฯ โดยจ่ายเงินชดเชยต่อเนื่อง 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปี นานสูงสุดถึงอายุ 99 ปี และ Expansion (ขยายความคุ้มครอง) ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นจากการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เช่น “เกนเฟิส เซฟวิ่ง & เฟล็กซี่ แคร์” มอบผลประโยชน์เพิ่มเติมด้านด้านสุขภาวะ (Well-Being) 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกปี “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่รับเงินชดเชยเพิ่มอีก 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง และ รับเงินก้อนหากเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และประกันบำนาญ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ส่งมอบเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 60 ปี และรับเพิ่มอีกปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยจนถึงอายุ 88 ปี และหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง รับเพิ่มอีก 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปีตั้งแต่ปีแรก
ล่าสุด ยังได้เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานทุกอาชีพ โดยมีจุดเด่นคือ ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี รวมโรคร้ายแรง 25 โรค และอุบัติเหตุ 2 ต่อ ไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเวลา 20 ปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 – 5,000,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน หากผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงจะได้รับเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ 2 ต่อ โดยไม่คิดเบี้ยเพิ่มตลอดช่วงชำระเบี้ย 20 ปี คือ รับเพิ่ม 5% จำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีกระดูกหักหรือไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และบาดเจ็บอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ และเพิ่มอีก 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ”
ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า กล่าวว่า “เพราะความคุ้มครองจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวกรุงเทพประกันชีวิต จึงเดินหน้ายกระดับ BLA Well-Being Ecosystem และบริการ BLA EveryCare เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง โดยมีสถิติการใช้บริการเสริมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในกลุ่ม Restorative Care บริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาล (Driving Home) มีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโตขึ้นถึง 38.7% ขณะที่บริการกายภาพบำบัดถึงบ้านพบว่า กายภาพบำบัดรักษาออฟฟิศซินโดรมมีสัดส่วนผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกายภาพบำบัดออกกำลังกายในน้ำ 11% และนวดเปิดท่อน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ 6%
นอกจากนี้ ในด้าน Preventive Care บริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพชั้นนำ เช่น VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลสมิติเวช มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program) อาทิ การวิเคราะห์อายุชีวภาพ การตรวจมวลกระดูกและฮอร์โมนความเครียด ซึ่งจากการมุ่งเน้นให้บริการที่ตรงใจ ส่งผลให้แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีจำนวน New Active Users เติบโตขึ้น 65% YoY และมีคะแนนความพึงพอใจการใช้บริการ (NPS Score) สูงถึง 28.4% โดยลูกค้ามีการใช้สิทธิประโยชน์เฉลี่ยถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน”
ด้าน นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “สำหรับผลงานด้านช่องทางตัวแทน กรุงเทพประกันชีวิตได้ปรับแนวคิดการทำงานของฝ่ายขายจากการเริ่มต้นที่ตัวสินค้ามาเป็นการเริ่มต้นจาก “ชีวิตและเป้าหมายของลูกค้า” พร้อมยกระดับบทบาทตัวแทนสู่ “Life Care Partners (LCP)” ที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและการเตรียมความพร้อมของคนไทยต่อสังคมอายุยืน”
“เราได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของฝ่ายขายจากการขายกรมธรรม์เป็นรายครั้ง มาร่วมดูแลและบริหารเส้นทางชีวิตหลังเกษียณ (Retirement Journey) ของลูกค้าในระยะยาว โดยสนับสนุนเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิตดี” (The 4 GoodLife Accounts Guide) ให้ตัวแทนนำไปใช้ช่วยลูกค้าสำรวจและวางแผนสมดุลชีวิต 4 ด้าน กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “2X Scale Up Team: Mission to Infinity” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Top 5 ในช่องทางตัวแทนภายในปี 2571” นายจักรพงศ์กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิต ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อเสริมทักษะด้านการเงินและนวัตกรรม รวมถึงสนับสนุนให้ตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาชีพระดับโลก เช่น MDRT และ GAMA ส่งผลให้บริษัทมีตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ CFP และ AFPT อยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตร “ตัวแทนของความใส่ใจ” และก้าวสู่การเป็น “Life Care Partner” รวมถึงกิจกรรมด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และ Longevity อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
หลักสูตร “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วกว่า 65% ก่อนจะต่อยอดเข้มข้นสู่หลักสูตร “Life Care Partner” ที่มุ่งเน้นองค์ความรู้เรื่อง Longevity และการดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้านครบทั้ง 4 ด้าน โดยกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตร Life Care Partner และได้นำไปใช้ในการทำงาน พบว่ามีอัตราการซื้อซ้ำ (Repurchase Rate) จากลูกค้าเดิมสูงขึ้นถึง 75% ซึ่งสูงกว่าเกือบเท่าตัว และในช่วงเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Life Care Partner มีกรมธรรม์ใหม่ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการปรับบทบาทสู่การเป็น Life Partner สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ดี” นายจักรพงศ์กล่าว
นายโชนกล่าวย้ำว่า “การเตรียมพร้อมด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ นอกเหนือจากการเงินที่ต้องพร้อมและมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิตในระยะยาว การใส่ใจตัวเองในวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่า ก้าวใหม่ของกรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้จะสามารถเติมเต็มการดูแลและเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าและคนไทยทุกคนให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”
BLA คาดเบี้ยประกันภัยเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม
นายโชน กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ให้มากกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม จากเดิมที่เคยคาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมไว้ที่ประมาณ 3% อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมาประกันภัยขยายตัวไป 0.7% ส่วนของบริษัทขยายตัวไปมากกว่า 5%
"แนวโน้มในช่วงไตรมาส 4/69 คาดว่า จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงต้องมุ่งมั่นดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมทั้งปียังมีความไม่แน่นอน แต่บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการเติบโตให้สูงกว่าอุตสาหกรรมเป็นหลัก"นายโชน กล่าว
สำหรับสินทรัพย์ลงทุน สิ้นสุดไตรมาส 2/69) บริษัทมีสินทรัพย์ลงทุนทั้งสิ้น 303,149 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการลงทุน แบ่งเป็น ดังนี้
ตราสารหนี้ระยะสั้น 1.2%
ตราสารหนี้ภาครัฐ 56.1%
ตราสารหนี้ภาคเอกชน 27.3%
รวมตราสารหนี้ทั้งหมด 84.5%
ตราสารทุน 11.1%
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 4.2% เงินให้กู้ยืมที่มีหลักประกัน 0.1%ทางด้านแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชนมากขึ้น และ ดำเนินแนวทางเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 40% แต่หากนับรวมตราสารของรัฐวิสาหกิจต่างๆ เข้าไปด้วย สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั้งหมดจะอยู่ที่ 56.1% ของพอร์ตการลงทุน ซึ่งบริษัทยังไม่ได้กำหนดตัวเลขการเพิ่มสัดส่วนที่ชัดเจน แต่จะใช้ความละเอียดรอบคอบในการคัดเลือกการลงทุนมากขึ้น
ในส่วนของพอร์ตหุ้น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 11.1% นั้น นายโชน กล่าวว่า ในปีนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวได้ดีมาก ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตหุ้นของบริษัทเติบโตขึ้นจากราคาหุ้นที่สูงขึ้น จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการบริหาร และ ปรับพอร์ต โดยอาจมีการพิจารณาเปลี่ยนไปถือหุ้นตัวอื่นในพอร์ตตามสภาวะตลาด
ด้านอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4.87% โดยการคาดการณ์ผลตอบแทนในช่วงที่เหลือของปีทำได้ค่อนข้างยาก และ บริษัทยังไม่ได้มีการคาดการณ์ไปถึงระดับเป้าหมายที่แน่ชัด
