นายกฯ ชูขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย’ เชื่อมทุน–โอกาส–เทคโนโลยี รับมือโลกเปลี่ยน
Categories : Update News, Finance
Public : 16/10/2026นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) โดยมี ดร. คริสตาลินา กอร์เกียวา (Dr. Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), นายอาจัย บังกา (Mr. Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และนายการ์โลส การ์วัลโย สปาลดิง (Mr. Carlos Carvallo Spalding) ประธานการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ และผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัย พร้อมคณะผู้แทนจากทั่วโลก ร่วมรับฟังการกล่าวเปิดการประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับประชาคมโลกอีกครั้ง ณ ศูนย์การประชุมแห่งนี้ ซึ่งเดิมก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการประชุมดังกล่าวโดยเฉพาะ และได้จัดงานนี้อีกครั้ง
ขณะนี้โลกกำลังมุ่งสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจ แต่ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเข้ามาเปลี่ยนทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายมาเป็นวิกฤตและความท้าทายสำคัญระดับโลก โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการตอบสนองและรับมือร่วมกัน
หัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้คือ ‘ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย’ (Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience) สะท้อนถึงอนาคตของประเทศไทยและอนาคตของพวกเราทุกคนโดยมุ่งเน้นขีดความสามารถในการตั้งรับและปรับตัวการสร้างความเชื่อมโยงบนพื้นฐานของความไว้วางใจการเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุนตลอดจนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ จะต้องทำให้หุ้นส่วนในระดับภูมิภาคมารวมตัวกันและเชื่อมโยงกับประชาคมโลก เพื่อเสริมสร้างพลังและเปิดโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาร่วมกัน ที่สำคัญ ความเชื่อมโยงเหล่านี้จะต้องเข้าถึงประชาชน ช่วยให้ภาคธุรกิจเติบโต สร้างทักษะและฝีมือแรงงาน รวมถึงสร้างโอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันของประชาชนให้ดีขึ้น โดยมีหลักประกันว่าชุมชนและประชาชนทุกกลุ่มจะได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับ IMF กลุ่มธนาคารโลกและภาคีหุ้นส่วนทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการประชุมเพื่อเปลี่ยนการเจรจาหารือให้เป็นความร่วมมือที่จับต้องได้เปลี่ยนเงินทุนให้เป็นโอกาส
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อหลายศตวรรษก่อน กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นนครหลวงของสยาม ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับโลก และในวันนี้กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่เชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกันภายใต้เป้าหมายร่วมกัน เพื่อทำให้เศรษฐกิจโลกตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศ และหวังว่าจะได้กลับมาต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในอีก 35 ปีข้างหน้า”
