ตลาดศิลปะเอเชียส่งสัญญาณบวก นักสะสมรุ่นใหม่มาแรง art bangkok 2026 เร่งดันศิลปิน–แกลเลอรี–เชื่อม Ecosystem พร้อมรับการเติบโต
Categories : Update News, Wealth
Public : 18/10/2026ปัจจุบันตลาดศิลปะเอเชียกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าจับตา ทั้งการเติบโตของกำลังซื้อในภูมิภาค การขยายตัวของนักสะสมรุ่นใหม่ และความสนใจที่เริ่มกระจายไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ ในเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังได้รับความสนใจจากตลาดและสถาบันศิลปะระดับนานาชาติ ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และยังเปิดมุมมองชวนประเทศไทยตั้งคำถามถึงการผลักดันศิลปินและวงการศิลปะร่วมสมัยให้เติบโตในเวทีโลก
ประเด็นดังกล่าวยังถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยบนเวทีเสวนา “ART MARKET OUTLOOK 2026: Global Positioning of Southeast Asian and Asian Art” ภายในงาน art bangkok 2026 — The First Chapter โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในวงการศิลปะระดับนานาชาติมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ คุณประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLMVT), คุณคอรี แอนดรูว์ บาร์ ผู้อำนวยการเทศกาล จาก Art Central Hong Kong และ คุณสตีเว่น ลี กรรมการผู้จัดการ Asia Art Center เพื่อสำรวจทิศทางตลาดศิลปะเอเชีย พฤติกรรมนักสะสมที่เปลี่ยนแปลงไป และปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ศิลปินไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล

ตลาดศิลปะเอเชียฟื้นตัว นักสะสม Millennial กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คุณประภาวดี เปิดเผยว่า ตลาดศิลปะในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก สะท้อนให้เห็นจากการเติบโตของยอดขายของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประมาณ 27% ขณะที่ยอดขายในระดับโลกเติบโตประมาณ 71% แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโต หากมีการวางกลยุทธ์ด้านราคาและการตลาดที่เหมาะสม โดยอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือการเข้ามาของนักสะสมรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennial ที่มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของลูกค้า ซึ่งการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการพัฒนาตลาดและการสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในแพลตฟอร์มดิจิทัลและช่องทางออนไลน์ที่ทำให้ผู้สนใจสามารถติดตามการประมูลสดและเข้าถึงข้อมูลผลงานศิลปะได้สะดวกขึ้น
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแรง ชี้ กรุงเทพฯ มีโอกาสโตเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศิลปะ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาคือบทบาทของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตลาดศิลปะโลก โดย คุณประภาวดีมองว่า ภูมิภาคนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น หลังจากตลาดจีนชะลอตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสนใจของนักสะสมและสถาบันศิลปะเริ่มขยับมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น พร้อมระบุถึงการเติบโตระดับสองหลักและความสนใจจากสถาบันต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยมีกระแสการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรมายังภูมิภาคเอเชียมากขึ้นประมาณ 20–25%

ขณะที่ คุณคอรี มองว่า ภูมิทัศน์ของตลาดศิลปะเอเชียกำลังเปลี่ยนจากการกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางเพียงไม่กี่แห่ง ไปสู่เครือข่ายเมืองศิลปะที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยมีทั้ง กรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ โซล ไทเป และฮ่องกง สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักสะสมที่มักจะเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมอาร์ตแฟร์ ชมนิทรรศการ และติดตามการประมูล ทำให้แต่ละเมืองมีโอกาสพัฒนาจุดแข็งและเอกลักษณ์ของตัวเอง
ศิลปินไทยจะไปไกลระดับโลก ต้องไม่วัดความสำเร็จแค่ยอดขาย แม้ตลาดเอเชียจะเปิดโอกาสมากขึ้น แต่การผลักดันศิลปินให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติไม่สามารถวัดความสำเร็จได้จากยอดขายเพียงอย่างเดียว เพราะการสร้างชื่อเสียงและคุณค่าของศิลปินในระยะยาวต้องอาศัยทั้งการยอมรับจากสถาบัน ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ นักวิจารณ์ และการนำเสนอผลงานอย่างต่อเนื่อง
ด้าน คุณสตีเว่น ลี ยกตัวอย่างประสบการณ์ของ Asia Art Center ในการทำงานร่วมกับศิลปินอย่าง Li Chen และ Ju Ming ผ่านการนำผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ สถาบันศิลปะ และพื้นที่สาธารณะสำคัญในต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์ ปารีส และไทเป ซึ่งต้องอาศัยการวางแผน การลงทุน และความร่วมมือระยะยาว โดยกรณีของ Li Chen ใช้เวลากว่า 23 ปี ในการผลักดันให้ผลงานเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ สะท้อนว่าการสร้างศิลปินระดับโลกเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องมากกว่าความสำเร็จระยะสั้น
สำหรับประเทศไทย คุณประภาวดีมองว่าการพัฒนาวงการศิลปะให้เติบโตในระดับสากลต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ศิลปินที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ชัดเจน ระบบแกลเลอรีที่มีความเป็นมืออาชีพและพร้อมลงทุนระยะยาว และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง พร้อมยกตัวอย่างเมืองศิลปะสำคัญอย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และเมืองต่าง ๆ ในเกาหลีใต้ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายและการลงทุนด้านวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยเองมีทุนทางศิลปะและวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาเป็นจุดแข็งเพื่อสร้างความแตกต่างในเวทีโลกได้
AI และ Digital Art สะพานเชื่อมศิลปะสู่คนรุ่นใหม่
ด้านเทคโนโลยีอย่าง AI ก็มีบทบาทเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล ขณะที่ Digital Art และศิลปะสื่อใหม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลงานศิลปะที่จับต้องได้ยังคงมีคุณค่าและเสน่ห์เฉพาะตัวที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด ส่วน NFT และผลงานที่สร้างขึ้นด้วย AI ยังต้องติดตามพัฒนาการและการยอมรับของตลาดในระยะยาว ขณะเดียวกัน แม้โซเชียลมีเดียจะช่วยให้ข้อมูลศิลปะและราคาประมูลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่อาจทำให้ผู้คนให้ความสำคัญกับกระแสและความผันผวนของราคาในระยะสั้นมากเกินไป ทั้งที่หัวใจของการสะสมศิลปะไม่ได้อยู่ที่การเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำความเข้าใจ ชื่นชม และมองเห็นคุณค่าของผลงานในระยะยาว
ท่ามกลางความสนใจที่ทั่วโลกกำลังจับตามองตลาดศิลปะเอเชีย ผลักดันให้ประเทศไทยมีโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของตนเองบนเวทีนานาชาติ แต่การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของศิลปินหรือมูลค่าการซื้อขายเพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างระบบนิเวศศิลปะที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่การพัฒนาศิลปินและแกลเลอรี การสร้างฐานนักสะสม ไปจนถึงการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพและทุนทางวัฒนธรรมที่ประเทศไทยมีอยู่ให้กลายเป็นโอกาสในการผลักดันศิลปะไทยให้ได้รับการยอมรับและเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
