TTB โชว์กำไร 9 เดือน 1.61 หมื่นล้าน หนี้เสียลดเหลือ 2.88% เดินหน้าซื้อหุ้นคืนอีก 1.4 หมื่นล้าน

Categories : Update News, Stock Market, Finance

Public : 20/10/2026
 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 16,139 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตของสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพสินทรัพย์

 

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกยังเป็นไปตามเป้าหมาย โดยธนาคารให้ความสำคัญกับ 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาความสามารถในการทำกำไร การบริหารคุณภาพสินทรัพย์และช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงการสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

ในด้านรายได้ ธนาคารยังคงเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมบริหารต้นทุนเงินฝากให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ย ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3 เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองหนี้เสียในช่วง 9 เดือนอยู่ที่ 27,524 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 27,476 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาผลประกอบการ แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ

 

คุมหนี้เสีย 2.88% เพิ่มสำรองรับความเสี่ยงน้ำท่วม

สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้ในระดับประมาณ 39,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3.2%

อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารประเมินว่าผลกระทบจากอุทกภัยช่วงปลายไตรมาส 3 จะอยู่ในวงจำกัด โดยคาดว่าสินเชื่อที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือจะมีสัดส่วนไม่เกิน 1% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่ยังคงตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสี่ยงจากน้ำท่วมและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 159% จาก 152% ณ สิ้นปี 2568 เพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์

สำหรับไตรมาส 3 ธนาคารตั้งสำรองหนี้เสีย 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากไตรมาสก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนตั้งสำรองรวม 12,113 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

พร้อมกันนี้ ธนาคารยังเดินหน้าโครงการ ‘ตั้งหลัก’ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ครอบคลุมลูกค้าธุรกิจ เอสเอ็มอี และรายย่อย โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2569

 

สินเชื่อรวมยังหดตัว 1.5% แต่กลุ่มรายย่อยเริ่มฟื้น

ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ทีทีบีมียอดสินเชื่อรวม 1.187 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อน แต่ยังลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2568 สะท้อนการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเติบโตต่ำ

สินเชื่อที่ขยายตัวได้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต รวมถึงสินเชื่อรถจักรยานยนต์ภายใต้ ttb leasing

ส่วนเงินฝากรวมอยู่ที่ 1.282 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากดิจิทัล ขณะที่เงินฝากประจำลดลงตามการครบกำหนด สอดคล้องกับแผนบริหารต้นทุนทางการเงินของธนาคาร

 

รายได้ 9 เดือนโต 3.3% คุมต้นทุนต่อรายได้ที่ 46%

ด้านรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3 อยู่ที่ 16,786 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากกำไรที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและเงินปันผลลดลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวม 9 เดือนแรก ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงาน 50,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก

ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานไตรมาส 3 ลดลง 5.1% จากไตรมาสก่อน เหลือ 7,644 ล้านบาท หลังจากไตรมาส 2 มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตัดจำหน่ายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการด้อยค่าของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ยุติการใช้งาน

สำหรับงวด 9 เดือน ค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวมอยู่ที่ 23,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากปีก่อน โดยอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 46% ตามเป้าหมายที่วางไว้

 

รุก Wealth Management ดันรายได้ค่าธรรมเนียม

นายปิติกล่าวว่า อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว

ในไตรมาส 3 ทีทีบีได้ประกาศความร่วมมือกับ DBS Bank และ Schroders ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ttb wealth securities เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวฟีเจอร์ My Wealth และร่วมมือกับ Webull เพื่อขยายช่องทางลงทุนและบริการให้คำแนะนำด้านการลงทุนผ่านระบบดิจิทัล โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่มีเงินออมและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระดับกลางถึงสูง (Mass Affluent)

ธนาคารคาดว่าการขยายบริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมในอนาคต และรองรับความต้องการลงทุนของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

 

เหลือวงเงินซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน เงินกองทุนยังสูง

สำหรับแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของปี ทีทีบียังคงมุ่งบริหารรายได้ ต้นทุน และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมถึงการบริหารเงินทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น

ภายหลังการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้ว 21,000 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ธนาคารยังมีวงเงินภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

ขณะที่ฐานเงินกองทุนยังอยู่ในระดับสูง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 มีอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) ที่ 18.8% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ที่ 16.8% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับธนาคารที่มีความสำคัญต่อระบบสถาบันการเงิน (D-SIBs) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 12% และ 9.5% ตามลำดับ

 

เดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยลูกค้า

นอกจากการบริหารผลประกอบการ ทีทีบียังเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ผ่านโครงการสินเชื่อที่ให้เงื่อนไขดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า (Risk-based Pricing)

ล่าสุด ธนาคารเปิดตัว ‘สินเชื่อคนผ่อนดี’ เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ต่อยอดจากโครงการ ‘ผ่อนดีมีรางวัล’ ครอบคลุมสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านแลกเงินรีไฟแนนซ์

ปัจจุบันทั้งสองโครงการมีลูกค้าเข้าร่วมรวมกว่า 58,600 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อประมาณ 15,000 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าได้กว่า 1,800 ล้านบาท

ส่วนโครงการ ‘รวบหนี้’ มีลูกค้าเข้าร่วมกว่า 86,200 ราย ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 3,400 ล้านบาท

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี ทีทีบียังคงให้น้ำหนักกับการรักษาคุณภาพสินเชื่อมากกว่าการเร่งขยายพอร์ต ควบคู่กับการเพิ่มรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการบริหารเงินทุน โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แนวโน้มหนี้เสีย และความคืบหน้าของโครงการซื้อหุ้นคืนในไตรมาสสุดท้าย