สอน.ดันอ้อยคาร์บอนต่ำ–น้ำตาลสีเขียว พลิกอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจชีวภาพ ดึงลงทุน 2 หมื่นล้าน ปรับยุทธศาสตร์ลดพึ่งเงินรัฐ ชงงบ 7 พันล้านช่วยชาวไร่
Categories : Update News, Economy
Public : 01/11/2026สอน. เร่งยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย สู่ฐานผลิตอ้อยคาร์บอนต่ำและน้ำตาลสีเขียว เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันตลาดโลก พร้อมต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพ ดึงลงทุนไบโอพลาสติกกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมลุ้นราคาอ้อยฤดูใหม่ใกล้ 1,000 บาทต่อตัน ชงงบกลาง 7,081 ล้านบาทช่วยชาวไร่ เดินหน้าคุมอ้อยเผาไม่เกิน 5%
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย จากการผลิตน้ำตาลเพื่อจำหน่ายและส่งออก ไปสู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง โดยมุ่งพัฒนา “อ้อยคาร์บอนต่ำ” และ “น้ำตาลสีเขียว” (Green Sugar) ควบคู่กับการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มมูลค่าผลผลิต และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก
การปรับโครงสร้างดังกล่าวดำเนินการภายใต้นโยบาย ONE MIND ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์อ้อย การส่งเสริมตัดอ้อยสด ลดการเผาและฝุ่น PM2.5 ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานน้ำตาล และนำผลผลิตกับวัสดุเหลือใช้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
นายใบน้อย กล่าวว่า แนวทางพัฒนาอ้อยคาร์บอนต่ำและน้ำตาลสีเขียวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตลาดส่งออกของไทย เนื่องจากผู้ซื้อและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น
ดังนั้น อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยจำเป็นต้องปรับตัวตั้งแต่ระดับไร่อ้อยจนถึงโรงงาน โดยลดการเผาอ้อย ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และนำใบอ้อยกับชานอ้อยมาใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและการปล่อยคาร์บอนตลอดกระบวนการผลิต
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการผลิตน้ำตาลให้ได้ปริมาณมาก แต่ต้องผลิตน้ำตาลที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถแสดงข้อมูลการปล่อยคาร์บอนได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และสร้างความแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง
ดึงลงทุนไบโอพลาสติก 2 หมื่นล้าน ต่อยอดอุตสาหกรรมอ้อย
สำหรับความคืบหน้าช่วงเดือนเมษายน–กันยายน 2569 สอน.ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพในพื้นที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีมูลค่าลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบจากอ้อยและน้ำตาลสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง พร้อมสร้างโอกาสการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรในพื้นที่
ขณะเดียวกัน สอน.เดินหน้าส่งเสริมการตัดอ้อยสด โดยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกร 477 ล้านบาท ครอบคลุมชาวไร่อ้อย 4,667 คู่สัญญา ส่งผลให้ฤดูหีบปี 2568/2569 ตามข้อมูล สอน. มีสัดส่วนอ้อยสดเข้าหีบ 96.20% ขณะที่อ้อยไฟไหม้เหลือ 3.80%
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการนำใบอ้อยและยอดอ้อยมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล สร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร และพัฒนาอ้อยพันธุ์ใหม่ CSB15-144 ที่มีคุณสมบัติต้านทานโรคแส้ดำและโรคเหี่ยวเน่าแดง มีศักยภาพด้านผลผลิตและค่าความหวาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและลดความเสี่ยงจากโรคพืช
ปรับยุทธศาสตร์ลดพึ่งเงินรัฐ ชงงบ 7 พันล้านช่วยชาวไร่
ด้านนายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สอน. กล่าวว่า สอน.อยู่ระหว่างปรับวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้เติบโตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น หลังจากช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐใช้งบประมาณสนับสนุนอุตสาหกรรมรวมกว่า 36,000 ล้านบาท ทั้งด้านรายได้เกษตรกรและการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
สำหรับต้นทุนตัดอ้อยสดที่สูงกว่าการเผาอ้อย ซึ่งชาวไร่เรียกร้องเงินช่วยเหลือ 120 บาทต่อตัน ล่าสุด สอน.เสนอของบกลาง 7,081 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ในอัตรา 69 บาทต่อตัน ครอบคลุมอ้อยประมาณ 102 ล้านตัน
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ส่วนเงินอีก 51 บาทต่อตัน อยู่ระหว่างพิจารณาจัดหาจากแหล่งอื่น รวมถึงกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย โดยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านวินัยการเงินการคลัง ผลกระทบต่อค่าครองชีพ และกติกาการค้าระหว่างประเทศ
ลุ้นราคาอ้อยฤดูใหม่ใกล้ 1,000 บาท คุมเผาไม่เกิน 5%
นายธวัช ประเมินว่า ฤดูหีบปี 2569/2570 ไทยจะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 97.02 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนที่ 105.86 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตน้ำตาลโลกคาดอยู่ที่ 179–180 ล้านตัน ใกล้เคียงความต้องการบริโภค จากปัจจัยภัยแล้งในประเทศผู้ผลิตสำคัญและนโยบายอินเดียที่นำอ้อยไปผลิตเอทานอลมากขึ้น
จากสมมติฐานราคาน้ำตาลโลกใกล้ 21 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูใหม่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 890 บาทต่อตัน โดยคาดว่าจะเข้าใกล้ระดับ 1,000 บาทต่อตัน ทั้งนี้ ยังต้องรอการคำนวณราคาอย่างเป็นทางการ
ส่วนมาตรการลดการเผาอ้อย ฤดูหีบปี 2569/2570 สอน.เตรียมลดเพดานรับอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานเหลือไม่เกิน 15% ต่อวัน จากเดิม 20% และตั้งเป้าควบคุมอ้อยไฟไหม้ทั้งประเทศไม่เกิน 5% พร้อมกำหนดหยุดตัดและขนส่งอ้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2569 ถึง 2 มกราคม 2570 รวม 7 วัน
นายธวัช กล่าวว่า การพัฒนาอ้อยคาร์บอนต่ำและน้ำตาลสีเขียวจะมีบทบาทมากขึ้นต่อการแข่งขันของไทย โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการของคู่ค้าต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับ แม้มาตรการด้านคาร์บอนและความยั่งยืนของแต่ละประเทศจะมีขอบเขตสินค้าที่แตกต่างกัน
การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยจึงต้องเดินหน้าทั้งการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุน ลดการปล่อยคาร์บอน และสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาเงินสนับสนุนภาครัฐ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
