หุ้น AI ถูกเทขาย กังวลลงทุนไม่คุ้ม–เงินเฟ้อพุ่ง แนะทยอยเก็บหุ้นคุณภาพรับตลาดผันผวน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 03/11/2026Krungthai CIO ประเมินตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงขายจากความกังวลเม็ดเงินลงทุน AI มหาศาลอาจไม่คุ้มค่า ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งและความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ แต่เชื่อพื้นฐานธุรกิจ AI ยังแข็งแกร่ง มองหุ้นเทคโนโลยีปรับฐานเป็นจังหวะทยอยสะสม แนะกระจายพอร์ตลงทุนหุ้นเติบโตควบคู่กลุ่ม Healthcare พร้อมถือทองคำ 5–10% ลดความเสี่ยง
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai CIO) เปิดเผยบทวิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2569 ว่า ตลาดการเงินโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทุ่มเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและทำให้ตลาดกังวลว่าดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด
แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.6% Nasdaq ลดลง 2.0% และ Dow Jones ลดลง 0.9% จากแรงขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และกลุ่มผู้ผลิตชิป ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น 1.7% และตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนว่าแรงขายยังคงกระจุกตัวในหุ้นบางกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม Krungthai CIO มองว่า การปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีรอบนี้เป็นผลจากนักลงทุนลดระดับมูลค่าที่พร้อมจ่ายให้หุ้น (De-rating) มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยพื้นฐานธุรกิจ AI ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากผลประกอบการของ SK Hynix และความต้องการชิปสำหรับ AI ที่ยังแข็งแกร่ง โดยมีกำลังการผลิตรองรับความต้องการต่อเนื่องไปถึงปี 2570–2571
แนะใช้กลยุทธ์ Barbell กระจายหุ้นเติบโต–กลุ่มสุขภาพ
Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในระยะกลาง โดยให้น้ำหนักลงทุนสูงกว่าระดับปกติเล็กน้อย (Slightly Overweight) แต่เพิ่มความระมัดระวังในระยะสั้น พร้อมแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นคุณภาพที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจนเมื่อราคาปรับฐาน แทนการเข้าซื้อครั้งเดียว
กลยุทธ์หลักยังคงเป็น Barbell Strategy หรือการจัดพอร์ตโดยผสมผสานหุ้นสองกลุ่มที่มีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างกัน ได้แก่ หุ้นเติบโตคุณภาพสูง (Quality Growth) โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จาก AI และหุ้นกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยี
สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศ Krungthai CIO ยังมองว่าหุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจจากปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่วนหุ้นจีน A-shares แนะนำให้ถือต่อ แต่ยังไม่เพิ่มน้ำหนักลงทุน เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นยังอ่อนแอ
น้ำมันพุ่งแตะ 117 ดอลลาร์ แนะถือทองคำ 5–10%
ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 1.5% แตะระดับ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง เพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก
Krungthai CIO จึงยังแนะนำให้ใช้หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
ส่วนราคาทองคำลดลง 3.0% มาอยู่ที่ 3,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดแนวรับสำคัญ 3,900 ดอลลาร์ จากความกังวลเงินเฟ้อ แนวโน้มดอกเบี้ยสูง และแรงขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
แม้ทองคำยังมีบทบาทในการกระจายความเสี่ยงระยะยาว แต่ระยะสั้นแนะนำให้ชะลอการลงทุนใหม่ เพื่อรอสัญญาณราคาสร้างฐานที่ชัดเจน โดยคงสัดส่วนทองคำไว้ที่ 5–10% ของพอร์ต
ตราสารหนี้เน้นคุณภาพสูง รอจังหวะผลตอบแทนเกิน 5%
สำหรับตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 6 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.93% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ลดลง 14.3 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 2.16%
Krungthai CIO แนะนำลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง อายุสั้นถึงปานกลาง เพื่อรับผลตอบแทนระหว่างถือครองและจำกัดความผันผวนของราคา โดยมองจังหวะทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่ออัตราผลตอบแทนอายุ 10 ปี สูงกว่า 5.00% และพิจารณาเพิ่มน้ำหนักหากขึ้นไปอยู่บริเวณ 5.30–5.35%
ขณะเดียวกัน ยังไม่แนะนำให้เร่งลงทุนในตราสารหนี้อายุยาว โดยเฉพาะนักลงทุนที่รับความผันผวนของราคาได้จำกัด
สำหรับกองทุนที่ Krungthai CIO แนะนำ ได้แก่ กองทุน KTSV-KTB ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินสำหรับพักเงินระหว่างรอจังหวะลงทุน และกองทุน KTWC-Alpha ที่เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการกระจายลงทุน
จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ–ตัวเลขแรงงาน กำหนดทิศทางตลาด
Krungthai CIO ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในเดือนพฤศจิกายน ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายภาษี การคลัง การต่างประเทศ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งตำแหน่งงานว่าง (JOLTS) การจ้างงานภาคเอกชน (ADP) และการจ้างงานนอกภาคเกษตร รวมถึงการประชุมธนาคารกลางอังกฤษวันที่ 5 พฤศจิกายน และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือน
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ ความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัทเทคโนโลยี หลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จำนวนมาก รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางตลาดการเงินโลก
Krungthai CIO ประเมินว่า แม้ตลาดหุ้นโลกยังมีโอกาสผันผวนในระยะสั้น แต่การปรับฐานของหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งยังเป็นจังหวะทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะกลาง โดยเน้นกระจายความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่องเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของตลาด
