จัดพอร์ตรับเลือกตั้งกลางเทอม สหรัฐ!!! เดโมแครตผงาดทั้งสภาล่าง–สภาสูง พร้อมชัยชนะศึกผู้ว่าการรัฐ ทรีนีตี้ น้ำหนักลงทุนตราสารหนี้ – บัวหลวง มองเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงผ่านโอกาสที่ Bond Yield ลดลง แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเทคโนโลยี โดยมี 4 ประเด็นหลัก

Categories : Update News, Stock Market

Public : 04/11/2026

จัดพอร์ตรับเลือกตั้งกลางเทอม สหรัฐ!!ด่วน! เดโมแครตผงาดทั้งสภาล่าง–สภาสูง พร้อมชัยชนะศึกผู้ว่าการรัฐ ทรีนีตี้ น้ำหนักลงทุนตราสารหนี้ - บัวหลวง มองเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงผ่านโอกาสที่ Bond Yield ลดลง แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเทคโนโลยี โดยมี 4 ประเด็นหลัก

ณัฐชาต เมฆมาสิน, CFA, FRMผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จก กล่าวว่า  เรายังคงแนะนำให้ Overweight การลงทุนในพันธบัตรตอนนี้ เนื่องจากมองเป็น Winner ที่สำคัญจากผลลัพธ์การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะออกมาในกรณีฐาน (DEM majority in House) หรือกรณีสุดโต่ง (Blue-sweep) ก็ตาม

สำหรับตลาดหุ้นเราแนะนำให้ Wait & See และรอตลาดย่อยข่าวปัจจัยเรื่องผลการเลือกตั้ง Midterm election เข้าไปในราคาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งอย่างเร็วที่สุดอาจเกิดขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนนี้ หรือถ้าเป็นนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยมาก แนะนำให้รอจังหวะที่มาตรวัด Earning yield gap เข้าใกล้หรือกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ยให้ได้เสียก่อน

 

“ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ณ ตอนนี้กำลังเริ่ม Price in กรณี Blue-sweep แบบสุดโต่ง ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการของรัฐบาลสหรัฐฯในรอบ 2 ปีข้างหน้าอาจมีอุปสรรคระหว่างทางมากขึ้น ไม่นับรวมกับความแข็งกร้าวของปธน.ทรัมป์ ที่อาจจะปะทุขึ้นมามากขึ้นในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ “

พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research บล บัวหลวง   มองว่าผลเลือกตั้งที่ Democrat ได้เสียงข้างมาก เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงผ่านโอกาสที่ Bond Yield ลดลง แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเทคโนโลยี โดยมี 4 ประเด็นหลัก

* Fiscal Spending: รัฐบาล Trump มีข้อจำกัดในการขยายงบประมาณและกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้แรงกดดันด้านการขาดดุลการคลังมีโอกาสลดลง * AI Spending: การลงทุน AI ของภาคเอกชนยังเดินหน้าต่อ แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการที่ Democrat อาจผลักดันมาตรการกำกับดูแล AI และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เข้มงวดขึ้น ทั้งด้านการแข่งขัน การใช้ข้อมูล และการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนและจำกัดการเติบโต ขณะที่ตลาดยังคงกังวลความคุ้มค่าของการลงทุน AI ท่ามกลาง CAPEX ที่อยู่ในระดับสูง * Bond Yield: มีโอกาสปรับลดลงจากความคาดหวังการขาดดุลการคลังที่ลดลง ช่วยหนุน Valuation หุ้นและ Fund Flow ตลาดเกิดใหม่ * สงคราม: มองว่าความเสี่ยงการยกระดับสงครามลดลงจากการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล Trump มากขึ้น ช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างประเทศยังขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารเป็นหลัก

กลยุทธ์หุ้นไทย: ยังเน้น Barbell Strategy โดยทยอยสะสมหุ้น Defensive–High Dividend ได้แก่ KKP, BDMS และกลุ่มเครื่องดื่ม OSP, ICHI ที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและปันผลสูง ควบคู่กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, GPSC และ BGRIM ที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ลดลงและการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center