GPSC กำไร 9 เดือนแตะ 5,130 ล้าน โต 5% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ จับตาโอกาสลงทุน PDP ใหม่

Categories : Update News, Stock Market, Energy

Public : 05/11/2026

 GPSC เผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 5,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาวและพลังงานลมไต้หวัน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แม้ธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP ถูกกดดันจากราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3 กำไรลดลง 12% จากไตรมาสก่อน พร้อมเตรียมลงทุนพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าใหม่ รองรับแผน PDP ฉบับใหม่

นายเชิดชัย บุญชูช่วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ การเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากลูกค้าอุตสาหกรรม และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

ปัจจัยสำคัญมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ใน สปป.ลาว ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ขณะที่โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน (CFXD) มีความพร้อมเดินเครื่องของกังหันลมสูงขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กำไร 222 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในบริษัท Sheng Yang Energy Company Limited (SYE) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเฮาะ (HHPC) มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (Gheco-1) มีผลขาดทุนจากสต็อกถ่านหินลดลง ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น สวนทางกับค่าไฟฟ้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไรของธุรกิจ ไตรมาส 3 กำไร 1,592 ล้าน ลดลง 12%

   

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 GPSC มีกำไรสุทธิ 1,592 ล้านบาท ลดลง 12% จากไตรมาสก่อน แม้ได้รับแรงหนุนจากกำไรขายเงินลงทุนใน SYE รายได้จากการขายสิทธิการใช้สินทรัพย์สำรอง ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำ

ทั้งนี้ กำไรที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) รวมถึงปริมาณจ่ายไฟฟ้าที่ลดลงตามแผนการผลิต และผลกระทบตามฤดูกาลของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน

เตรียมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ รับโอกาสจาก PDP นายเชิดชัยกล่าวว่า ผลประกอบการ 9 เดือนแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของการมีธุรกิจโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินและสินทรัพย์ลงทุนที่ช่วยสนับสนุนกำไร

แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจะยังเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการระยะสั้น แต่บริษัทจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารต้นทุนเชื้อเพลิง และรักษาความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน GPSC อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมโครงการลงทุนและความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อรองรับโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าที่ช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ ทิศทางต้นทุนก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ SPP รวมถึงความคืบหน้าของ PDP ฉบับใหม่ ที่จะเป็นปัจจัยกำหนดโอกาสการลงทุนและการเติบโตของ GPSC ในอนาคต