กสิกรไทยกางแผนโตระยะยาว ชู K PLUS 24 ล้านราย รุกสินเชื่อ Data Center–พลังงานสะอาด
Categories : Update News, Finance
Public : 05/11/2026กสิกรไทยเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 & P รักษาฐานธุรกิจหลัก ชูส่วนแบ่งตลาดชำระเงินดิจิทัล 30% และบัตรเครดิต 19% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่โต 7% รับโอกาสลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมขยายสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนจากยอดสะสม 2.53 แสนล้านบาท สู่เป้าหมาย 4–5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 & P โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารความเสี่ยง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมการยกระดับธุรกิจสินเชื่อ การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการบริหารความมั่งคั่งและระบบชำระเงิน การพัฒนาช่องทางบริการ การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และการควบคุมต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
ปัจจุบันธนาคารระบุว่า ครองส่วนแบ่งตลาดชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลประมาณ 30% มีผู้ใช้งาน K PLUS มากกว่า 24 ล้านราย และครองส่วนแบ่งตลาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 19% ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 16% และมีส่วนแบ่งตลาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนรวม 22.6%
นอกจากนี้ ธนาคารยังระบุว่ามีความเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ภาคเอกชน และได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าเป็นอันดับ 1 ทั้งกลุ่มโมบายแบงก์กิ้งและผู้ประกอบการ
สินเชื่อธุรกิจใหญ่โต 7% จับตาคลื่นลงทุน Data Center
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การเติบโตยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบางภาคธุรกิจที่ยังเปราะบาง ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินบาทยังขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากต่างประเทศรอบใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และพลังงานสะอาด จะเป็นโอกาสสำคัญต่อการขยายตัวของสินเชื่อ
ตั้งแต่ต้นปี สินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารเติบโตประมาณ 7% โดยกสิกรไทยมุ่งสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งนอกจากการลงทุนในศูนย์ข้อมูลโดยตรงแล้ว ยังสร้างความต้องการในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งนิคมอุตสาหกรรม ก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และโครงข่ายสื่อสาร
ธนาคารจะเน้นคัดเลือกสินเชื่อที่มีคุณภาพและให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง พร้อมเพิ่มบริการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินให้แก่ลูกค้าธุรกิจ
รุกธุรกิจ Wealth ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพบริการ
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจธนาคารไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าใจความต้องการของลูกค้าและให้คำปรึกษาทางการเงินได้อย่างเหมาะสม
ธนาคารจึงนำข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนาบริการ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ต้องดูแลลูกค้าตั้งแต่การสะสมทรัพย์สิน การลงทุน การป้องกันความเสี่ยง ไปจนถึงการส่งต่อความมั่งคั่ง
ปัจจุบันฐานลูกค้า Wealth เพิ่มขึ้น 16% และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนรวมเพิ่มขึ้น 8%
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ ธนาคารมุ่งพัฒนาบริการชำระเงินแบบครบวงจร บริการเฉพาะอุตสาหกรรม และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ผ่านหลักสูตร K SME Care ซึ่งดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 27
ทั้งนี้ ธนาคารมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนบุคลากร มากกว่าการเข้ามาทดแทนบทบาทของคน โดยยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความไว้วางใจของลูกค้า
รับการแข่งขัน Virtual Bank ขยายสินเชื่อรายย่อยอย่างระมัดระวัง
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเข้ามาของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) จะเพิ่มการแข่งขันและทางเลือกให้ผู้บริโภค ธนาคารจึงมุ่งพัฒนาบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น
ในธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารจะเน้นสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด ขณะที่สินเชื่อบ้านจะให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้
ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อบ้านผ่าน K PLUS โดยผู้ที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารสามารถทราบผลพิจารณาเบื้องต้นได้ภายใน 15 นาที
นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสเข้าถึงสินเชื่อผ่าน LINE BK สำหรับกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน โดยพิจารณาความเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ และเดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการภาครัฐและธนาคาร
ตั้งเป้าสินเชื่อ–ลงทุนยั่งยืน 4–5 แสนล้านในปี 2573
กสิกรไทยยังให้ความสำคัญกับธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยปัจจุบันมียอดสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนสะสมกว่า 253,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 400,000–500,000 ล้านบาทภายในปี 2573
ธนาคารจะสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนและปรับตัวตามกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้คำปรึกษาและบริการจัดทำบัญชีคาร์บอนผ่าน KClimate 1.5 ตลอดจนพัฒนาความรู้ผู้บริหารผ่านหลักสูตร Net Zero CEO
ขณะเดียวกัน ยังวางบทบาทเป็นพันธมิตรทางการเงินให้ลูกค้าไทยที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาค พร้อมพัฒนาฐานลูกค้าท้องถิ่นในตลาดต่างประเทศ โดยคำนึงถึงความสามารถในการทำกำไรและการบริหารความเสี่ยง
เข้มบริหารความเสี่ยงสินเชื่อ–บัญชีม้า รับกฎเกณฑ์ใหม่
นอกจากการขยายธุรกิจ ธนาคารยังเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารความเสี่ยง โดยใช้ระบบติดตามสัญญาณเตือนล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบคุณภาพสินเชื่อ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่เริ่มมีปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
ด้านภัยการเงิน ธนาคารจะยกระดับระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติและบัญชีม้า รวมถึงมาตรการป้องกันการฟอกเงิน การตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการจัดการธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา
พร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งการฝาก ถอน และแลกเงิน ตลอดจนเตรียมรับกฎเกณฑ์ใหม่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การบริหารสภาพคล่อง และการทดสอบภาวะวิกฤต
นางสาวขัตติยากล่าวว่า ธนาคารจะเดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
