คปภ. ชูประกันภัยกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ – เร่งใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจประกันภัย เปิดทางนวัตกรรม Parametric Insurance จ่ายเคลมน้ำท่วม 10,000 บาทแรกทันที พร้อมวางไทยสู่ ASEAN Insurtech Hub

Categories : Update News, Insurance

Public : 05/11/2026
 

สำนักงาน คปภ. เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมประกันภัย (Insurtech) เป็นกลไกสำคัญสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทย รับกระแส AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ ชี้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน ยกระดับการประเมินความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการพิจารณาสินไหม พร้อมวางระบบกำกับดูแล AI Governance และ Ethical AI ควบคู่ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลประชาชน

 

นายชูฉัตร ประมวลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวในการเปิดงาน   Insurtech Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Intelligent Resilience: Beyond Boundaries” ว่า   การนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้เป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้การดำเนินธุรกิจรวดเร็วขึ้น และช่วยให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยภาคประกันภัยมีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

 

ปัจจุบันเริ่มเห็นการนำเทคโนโลยีจากผู้พัฒนาไปใช้งานจริงในบริษัทประกันภัย บริษัทนายหน้า และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม คปภ. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างรอบคอบ โดยได้จัดทำแนวปฏิบัติด้าน AI Governance และ Ethical AI เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ บทบาทของธุรกิจประกันภัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่เป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความเสียหาย ช่วยเหลือประชาชน และทำให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินงานได้รวดเร็ว หลังเผชิญความเสี่ยงจากโรคระบาดและภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากขึ้น

นายชูฉัตรกล่าวว่า คปภ. จึงมุ่งยกระดับระบบประกันภัยให้เป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของประเทศ (National Risk Buffer) ตามทิศทางแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 โดยมองว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการบริหารความเสี่ยง และขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบประกันภัยได้มากขึ้น

สำหรับทิศทางการกำกับดูแลและพัฒนาอุตสาหกรรม คปภ. วางหลักการสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  1. Stability and Ecosystem Structure สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทประกันภัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมและตอบโจทย์ภาคธุรกิจและประชาชน
  2. Resilience and Healthspan เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือความเสี่ยง โดยนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย รวมถึงนวัตกรรมด้านสุขภาพ
  3. Technology and Data for Inclusion นำ AI และข้อมูลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง และขยายการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง
  4. Human Skills and Ethics พัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่การใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม โดยยังคงให้ความสำคัญกับบุคลากรซึ่งเป็นหัวใจของการให้บริการ แม้ AI จะช่วยประมวลผลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวแทนประกันภัยได้มากขึ้นก็ตาม
 

“หนึ่งในตัวอย่างการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบประกันภัย คือ Parametric Insurance หรือประกันภัยที่จ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขหรือดัชนีที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่ง คปภ. ระบุว่ากำลังเตรียมนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยน้ำท่วม โดยกำหนดให้จ่ายเงินชดเชย 10,000 บาทแรกทันทีเมื่อเกิดเหตุอุทกภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์“เลขาธิการ คปภ กล่าว

ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าวงเงินดังกล่าว จะนำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันมาใช้ให้ประชาชนสามารถถ่ายภาพความเสียหาย เพื่อช่วยประเมินและเร่งกระบวนการพิจารณาค่าสินไหมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ขณะที่ภาคธุรกิจประกันภัยเริ่มนำ AI และ Generative AI เข้ามาเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน คปภ. จึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลให้ระบบ AI มีความโปร่งใส สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ พร้อมดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA

 

นาย ชูฉัตรกล่าวว่า สำหรับการจัดงาน Insurtech Summit 2026 เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน ซึ่งมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 400 คน พร้อมกิจกรรม Business Matching ที่สร้างความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ปีนี้จึงมุ่งขยายความร่วมมือไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่าน Innovation Showcase กิจกรรม Networking และความร่วมมือกับองค์กรระดับนานาชาติ อาทิ ITC Asia และ Amazon

นอกจากนี้ ในปีหน้า สำนักงาน คปภ. และศูนย์ CIT มีแผนจัดงานครั้งสำคัญเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับนวัตกรรมเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Insurtech ของภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Insurtech Hub