เงินเฟ้อเกิน 3% ท้าทายเศรษฐกิจไทย! วิจัยชี้แต่ละครัวเรือนเผชิญค่าครองชีพไม่เท่ากัน แนะ ใช้ข้อมูลเจาะกลุ่มเปราะบาง
Categories : PR News
Public : 06/11/2026เงินเฟ้อเกิน 3% ท้าทายเศรษฐกิจไทย! วิจัยชี้แต่ละครัวเรือนเผชิญค่าครองชีพไม่เท่ากัน แนะ ใช้ข้อมูลเจาะกลุ่มเปราะบาง
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท) จัด PIER Research Brief ครั้งที่ 6/69 หัวข้อ "ความเหลื่อมล้ำในวิกฤตค่าครองชีพ: เมื่อเงินเฟ้อของเราไม่เท่ากัน"
🎤คุณทศพล อภัยทาน สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ คุณธนาพร ศรีคล้าย ธนาคารแห่งประเทศไทยและทีมวิจัย ได้ยำเสนอข้อมูลการศึกษา ว่า
เงินเฟ้อที่ประกาศอาจไม่สะท้อนภาระค่าครองชีพที่แท้จริงของประชาชน เหตุแต่ละครัวเรือนมีโครงสร้างการบริโภคและกำลังซื้อแตกต่างกัน โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่เผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ซึ่งควรพัฒนาฐานข้อมูลเงินเฟ้อระดับครัวเรือน ใช้ข้อมูลราคาออนไลน์และ Scanner Data เพิ่มความแม่นยำในการออกมาตรการช่วยเหลือ พร้อมผลักดันการแสดงราคาต่อหน่วยสินค้าให้ประชาชนเปรียบเทียบได้ ขณะที่ ธปท. ต้องตระหนักถึงเงินเฟ้อที่ซ่อนอยู่ในแต่ละครัวเรือน และประสานนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับมาตรการภาครัฐ
ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความเหลื่อมล้ำ พบว่า แม้ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่ประชาชนยังคงรู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
คณะผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศอย่างเป็นทางการอาจไม่สามารถสะท้อนประสบการณ์ด้านค่าครองชีพของประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากแต่ละครัวเรือนมีรูปแบบการบริโภค แหล่งซื้อสินค้า และกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ทำให้แม้จะซื้อสินค้าชนิดเดียวกัน แต่กลับเผชิญกับภาระเงินเฟ้อไม่เท่ากัน
[caption id="attachment_132528" align="alignnone" width="500"]
Screenshot[/caption]
ผลการศึกษาพบความแตกต่างของภาระเงินเฟ้อในระดับครัวเรือนจากโครงสร้างการบริโภคและพฤติกรรมการซื้อสินค้า โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
- แหล่งซื้อสินค้าแตกต่างกัน แม้เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่การเลือกซื้อจากตลาดสดหรือห้างค้าปลีกอาจมีระดับราคาและการเปลี่ยนแปลงราคาไม่เท่ากัน ส่งผลให้แต่ละครัวเรือนเผชิญเงินเฟ้อแตกต่างกัน
- โครงสร้างการบริโภคไม่เหมือนกัน แต่ละครัวเรือนมีสัดส่วนการใช้จ่ายในสินค้าและบริการแตกต่างกัน เมื่อสินค้าบางประเภทปรับราคาสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อแต่ละครัวเรือนไม่เท่ากัน
- การปรับราคาและลดปริมาณสินค้า ผู้ผลิตบางรายอาจไม่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าโดยตรง แต่เลือกปรับลดขนาดหรือปริมาณสินค้าแทน ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเท่าเดิมหรือใกล้เคียงเดิม แต่ได้รับสินค้าในปริมาณลดลง ซึ่งเป็นต้นทุนค่าครองชีพที่อาจไม่ปรากฏชัดในตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป
- กำลังซื้อและโอกาสเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดต่างกัน ครัวเรือนที่มีกำลังซื้อสูงสามารถเลือกซื้อสินค้าบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ ซึ่งมักมีราคาต่อหน่วยถูกกว่า ขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยอาจจำเป็นต้องซื้อสินค้าขนาดเล็ก แม้มีต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่า จึงเสียเปรียบด้านราคา
คณะผู้วิจัยนำข้อมูลราคาสินค้าออนไลน์มาใช้ประกอบการศึกษา เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าได้ถี่ขึ้น และเห็นรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงราคาในระดับสินค้า ซึ่งช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการกำหนดราคาของผู้ประกอบการได้มากกว่าการพิจารณาเพียงดัชนีเงินเฟ้อภาพรวม
ข้อมูลที่ศึกษายังสะท้อนว่า ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการบริหารราคา ทั้งการปรับขึ้นราคาสินค้า การจัดโปรโมชั่นลดราคา และการลดขนาดหรือปริมาณสินค้าแทนการขึ้นราคาโดยตรง
ตัวอย่างข้อมูลที่นำเสนอพบว่า ในปี 2569 สินค้าบางส่วนมีการปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการใช้โปรโมชั่นลดราคามาช่วยบรรเทาผลกระทบ ทำให้ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายจริงอาจแตกต่างจากราคาปกติ
นอกจากนี้ การเลือกซื้อสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น 2 เท่า อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 10% สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการเข้าถึงสินค้าบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาระค่าครองชีพของแต่ละครัวเรือนแตกต่างกัน
คณะผู้วิจัยเสนอแนวทางเชิงนโยบาย 4 ด้าน เพื่อยกระดับการติดตามภาวะเงินเฟ้อและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่
- พัฒนาการวัดเงินเฟ้อระดับครัวเรือน แม้ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปยังมีความจำเป็นต่อการประเมินเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค แต่มีข้อจำกัดในการสะท้อนภาระค่าครองชีพของประชาชนแต่ละกลุ่ม จึงควรพัฒนาข้อมูลเงินเฟ้อที่มีรายละเอียดจำแนกตามระดับรายได้และรูปแบบการบริโภค เพื่อให้เห็นผลกระทบที่แตกต่างกันได้ชัดเจนขึ้น
- นำเทคโนโลยีและข้อมูล Scanner Data มาใช้ เพิ่มการใช้ข้อมูลราคาสินค้าออนไลน์และข้อมูลการซื้อขายจริง เพื่อให้สามารถติดตามราคาสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคได้ละเอียดและรวดเร็วขึ้น รวมถึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงขนาดและปริมาณสินค้า
- ออกมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ เช่น วิกฤตราคาน้ำมัน ภาครัฐอาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง แต่หากมีข้อมูลเงินเฟ้อระดับครัวเรือนที่ละเอียดเพียงพอ จะช่วยให้สามารถออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเปราะบางและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ผลักดันการแสดงราคาสินค้าต่อหน่วย ให้ประชาชนเห็นราคาต่อหน่วยอย่างชัดเจน เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างสินค้าต่างขนาดได้ รวมถึงเปิดเผยรายละเอียดกรณีผู้ผลิตปรับลดขนาดหรือปริมาณสินค้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ต่างประเทศบางแห่งนำไปใช้และมีการกำหนดเป็นกฎหมาย
สำหรับนโยบายการเงิน แม้การดูแลเสถียรภาพราคาและเงินเฟ้อจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ผลการศึกษาชี้ว่า การดำเนินนโยบายการเงินไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าครองชีพเฉพาะจุดหรือชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละครัวเรือนได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ธปท. และผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องตระหนักว่า เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงในระดับครัวเรือนอาจแตกต่างจากตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ประกาศ และแรงกดดันด้านราคาที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมการบริโภคอาจส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย
"สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเงินเฟ้อส่งผลต่อประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างไร และประสานการดำเนินนโยบายระหว่างกระทรวงการคลัง ธปท. และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน"
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเงินเฟ้อและความเหลื่อมล้ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งนโยบายการเงิน นโยบายการคลัง และมาตรการเชิงโครงสร้างควบคู่กัน เพื่อให้การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการลดภาระค่าครองชีพและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับประชาชน
