SCB EIC แนะรัฐลุย 4T Plus มีลุ้น Fitch ปรับเครดิตไทยไทยครึ่งหลังปี 69 ดีขึ้น
Categories :
Public : 26/04/2026SCB EIC วิเคราะห์ เรื่อง Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” ไทยมีหวังเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง
Moody’s ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
(1) ความเสี่ยงเศรษฐกิจจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ลดลง
(2) แนวโน้มการลงทุนไทยดีขึ้น ลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยในระยะยาวจะเติบโตต่ำมาก และ
(3) ความผันผวนทางการเมืองลดลงหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ระบุเพิ่มเติมว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ ขณะที่แนวโน้มหนี้ภาครัฐยังเพิ่มขึ้น แต่ยังใกล้เคียงประเทศที่อันดับความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน ภาครัฐไทยยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี และสถานะภาคต่างประเทศยังเป็นจุดแข็ง

SCB EIC ประเมินมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจและปฏิรูปการคลัง ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus (เพิ่ม Transparency หรือ ความโปร่งใส)
SCB EIC มองว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยในครั้งนี้ ได้แก่
(1) กลยุทธ์สื่อสารเชิงรุก นำโดยรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ
(2) ชุดนโยบาย 4T ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การใช้จ่ายภาครัฐอย่าง Target (มุ่งเป้า) Transition (เปลี่ยนผ่าน) Transform (พลิกโฉม) และ Together (รวมพลัง)
(3) แผนการคลังระยะปานกลาง ณ พ.ย. 2025 สะท้อนความพยายามปฏิรูปการคลังที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้
SCB EIC เสนอรัฐบาล
(1) ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus ผ่านประเด็นความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริต (Transparency and Anti-corruption) เพราะเป็นปัจจัยบั่นทอนขีดความสามารถทางการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยมานาน และองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือใช้ประเด็นนี้ประกอบการประเมินเมตริกความน่าเชื่อถือของประเทศ
(2) ในประเด็นเสถียรภาพการคลัง หากรัฐบาลจะออก พ.ร.ก. กู้เพิ่มเติม หรือ ขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำได้บน 3 เงื่อนไขสร้างความเชื่อมั่นวินัยการคลัง คือ
(2.1) ใช้จ่ายมีกลยุทธ์ โดยช่วงระยะสั้นใช้จ่ายช่วยผู้ได้รับผลกระทบอย่างมุ่งเป้า ขณะที่ลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านและพลิกโฉม เพิ่มศักยภาพการขยายตัวเศรษฐกิจระยะยาว
(2.2) ปฏิรูปการคลังอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขยายฐานภาษี ลดรายจ่ายไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายหรือมาตรการภาครัฐ และ
(2.3) สื่อสารโปร่งใส พร้อมแผนการดำเนินการที่ชัดเจนและติดตามผลตัวชี้วัด (KPI) เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
มองไปข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปให้เห็นความคืบหน้า ควบคู่กับนโยบายพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น อาจมีโอกาสเห็น Fitch ปรับเพิ่มมุมมองไทยเป็น Stable ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากปรับลดมุมมองไทยเป็น Negative outlook ในปีก่อน
ทั้งนี้หากไทยสามารถดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศได้เห็นผลต่อเนื่อง จะทำให้สถานะทางการคลังในระยะปานกลางมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าได้ดีขึ้น
